อันดามัน's profileความทรงจำและมิตรภาพPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 05

    ค้นหารัก...รู้จักหัวใจตัวเองกับเดือนเกิด

    มกราคม / หัวใจของเธอคือแผ่นศิลาของแท้
    หัวใจของเธอหนักแน่นเป็นแผ่นศิลาที่ยืนหยัดอย่างมั่นคง ไม่หวั่นไหวทั้งลม ฝนและแดดแผดเผา เธอมีลูกอึดต่อความรักจนน่ายกย่อง พร้อมจะรอคอยใครบางคนของเธอ ด้วยความอดทนอย่าง สูง (โอ้โห...) แม้ว่าเค้าอาจจะไปกิ๊กคนอื่น โดยเธอเป็นคนแอบรักเขาข้างเดียว เธอก้อจะแอบรักต่อไปและเป็นเวลาที่นานมากๆ จนถูกคนอื่นมองว่าเธอบ้ารักคนเดียว อุปสรรคทั้งหลายจึงดูเป็นเรื่องขี้แมลงวันสำหรับหัวใจแกร่งรักอย่างเธอ

    กุมภาพันธ์ / หัวใจของเธอติดสปริงดึ๋งดั๋ง
    หัวใจเธอเหมือนติดสปริงชั้นดี มันพร้อมจะเด้งดึ๋งไปคนนู้นที คนนี้ที เธอจึงมักถูกเพื่อนๆแอบเมาท์อยู่เป็นประจำ ในเรื่องของคนที่เข้ามากิ๊กกับเธอ (แต่ทำไงได้ ก้อคนมันเสน่ห์แรงอ่ะ) เธอ เป็นคนทำอะไรรวดเร็ว รวมถึงเรื่องความรักด้วย ทั้งตกหลุมรักอย่างว่องไว และถอนตัวอย่างว่องไว แน่นอนว่าเธอจะไม่ทนอยู่กับคนรักที่งี่เง่าเจ้าปัญหา และไม่ยอมทนอยู่กับความรักที่เต็มไปด้วยปัญหาปวดหมองแน่นอน

    มีนาคม / เธอชอบให้คนรักเป็นลูกแมวเหมียว
    เธอเป็นผู้วชาญในด้านการเลือกคนรัก มองแวบเดียวเธอก้อรู้ว่าเค้าจะเป็นคนรักของเธอได้ดีแค่ไหน แต่ข้อเสียของเธอก้อคือเมื่อเธอกิ๊กกะใคร เธอจะพยายามทำให้เค้าเป็นลูกแมวเหมียว ที่เชื่องกับเธอ (เมี๊ยววว...) พูดอะไรก้อต้องเห็นดีตามเธอไปซะหมด การที่เธอทนต่ออุปสรรคแห่งความรักได้มากแค่ไหนนั้น จึงขึ้นอยู่กับเขาด้วยว่า เขาเป็นเด็กดีของเธอแค่ไหนกันด้วย

    เมษายน / สับสนและอ่อนไหวตลอดกาล
    เธอได้ชื่อว่าเป็นผู้อ่อนไหวและสับสนในความรัก โดยเฉพาะถ้าคนรักของเธอไม่ให้ความสนใจกับเธอเท่าที่เธอต้องการหรือเรียกร้อง เธอจะแสนน้อยอกน้อยใจ โดยเก็บมันไว้อยู่ในอก(แล้วเขาจะนั่งญาณรู้ได้ไงล่ะเนี่ย) เธอจึงมักพบกับความว้าเหว่และความเหงาในความรักอยู่เสมอ การที่เธอจะทนต่อความรักที่มีปัญหาได้มากน้อยแค่ไหนนั้น จึงขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเธอในขณะนั้น เพราะเธอเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ

    พฤษภาคม / รักนี้มีแต่ให้
    เธอรักใครแล้วก้อพร้อมที่จะยอมให้จนหมดเนื้อหมดตัวเพื่อคนที่เธอรัก และเมื่อคนๆนั้นของ เธอแสดงออกให้เธอเห็นว่าเขารักเธอมากแค่ไหน เธอก้อจะยิ่งซาบซึ้งและเกิดอาการหลงใหลในตัวเขาอย่างที่สุด เธอยังแยกไม่ออกระหว่างความรักกะความสงสาร ความรักกะความหลง และความรักด้วยอารมณ์กะความรักด้วยเหตุผล ความรักของเธอจึงเจอะเจอปัญหาอยู่บ่อยครั้ง

    มิถุนายน / โปรดระวังรักแล้วเพี้ยน
    ความรักที่เธอโคจรไปจอดป้าย stop นั้น มักจะเป็นความรักที่สวยสดงดงาม เต็มไปด้วยสีสันสนุกสนานสุด ๆ เธอจึงมองความรักเพียงแง่เดียว และเธอก้อมักจะเกิดอาการเพี้ยนเพราะความรักได้ทุกเวลา ดังนั้นหากความรักของเธอเกิดความวุ่นวายขึ้น ยากที่เธอจะควบคุมและจัดการกับมันให้สงบลงได้ เพราะเธอจะเป็นคนที่สติแตกเป็นคนแรกน่ะสิ

    กรกฎาคม / ดวงทุกด้านผูกติดไว้กับดวงความรัก
    เธอเป็นผู้วชาญในเรื่องรักอีกคน เพื่อนๆสามารแบกน้ำตาใส่โอ่งมาปรึกษาปัญหาหัวใจ กับเธอ และยิ้มร่าพบทางสว่างกลับไปแทบทุกราย และสำหรับตัวเธอก้อสามารถเลือกคู่กิ๊กได้เหมาะสมกับเธอดี และที่พิเศษแตกต่างจากคนอื่นๆ ดวงเกือบทุกดวงของเธอถูกผูกติดไว้กับดวงความรัก ถ้าความรักวูบเมื่อไร ดวงอื่นๆก้อจะตะต่ำลงด้วย (หูย..อันตรายๆ)

    สิงหาคม / ผู้ผ่านความรักมิใช่น้อย
    เธอไม่ต้องกลัวเลยว่าชีวิตนี้จะโชคร้ายได้อยู่เป็นโสด เพราะดวงของเธอชี้ชัดว่ายังไงซะเธอจะต้องเดินทางผ่านความรักไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง (โชกโชนและช่ำชอง อิอิ) แล้วจึงจะได้ร่อนการ์ด แต่งงาน เธอจึงจะมีประสบการณ์เรื่องความรักที่ไม่น้อยหน้าใครเลย ระดับความอดทนเพื่อเอาชนะอุปสรรคดานความรักของเธอก้อมีอยู่มากทีเดียวแหละ

    กันยายน / รักด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล
    คนที่เธอจะเลือกเป็นคู่กิ๊กของเธอนั้น เธอจะเลือกด้วยความรู้สึกว่าโดนหรือไม่โดนเท่านั้น เหตุผลอื่นๆถูกลืมไปได้เลย เพศตรงข้ามที่ชวนให้เธออยากเป็นกิ๊กด้วย มักจะเป็นคนอารมณ์ละเอียดอ่อนบอบบางและอ่อนโยน และในทางตรงกันข้าม เธอจะไม่สามารถอดทนกับคนที่ชอบวางมาด บ้าอำนาจกับเธอ อ้อ..โอกาสที่เธอจะแต่งงานเร็วม ีสูงด้วยนะ

    ตุลาคม / รักคือสิทธิเสมอกัน
    ความรักสำหรับเธอคือสิทธิที่เท่าเทียมกันทั้งหญิงและชาย อย่าหวังจะให้เธอต้องคอยเดินตามก้นเขาฝ่ายเดียว หรือจะต้องน้อมรับแต่คำสั่งของเธอ ความรักที่เป็นอุปสรรคสำหรับเธอมากที่สุด คือความรักที่ขาดความเท่าเทียมและเสรีภาพ เธอจะไม่มีวันยอมถูกกดหัวได้ตลอดไป

    พฤศจิกายน / ต้องการคนรักที่เป็นที่พึ่งทางใจ
    เธอเป็นโรคโหยหาความรัก อยากมีกิ๊กมากกว่าที่เพื่อนๆอยากจะมี กิ๊กของเธอนั้นคือคนที่มี ค่าต่อจิตใจเธอ ให้ความอบอุ่นเป็นที่พึ่งทางจิตใจได้เสมอ แต่อารมณ์ของเธอยังไม่ค่อยมั่นคงนัก ปัญหาหลักที่เกิดขึ้น เธอเองมักจะเป็นคนจุดไฟขึ้นมาซะเอง และไม่ค่อยสนใจที่จะดับมันซะด้วย เพราะเธอเข้าข่ายประเภทชอบเรียกร้องความสนใจซะด้วยอ่ะดิ

    ธันวาคม / ผู้มีเสน่ห์อันร้ายกาจ
    เสน่ห์ของเธอมีอานุภาพรุนแรงทั้งต่อเพศตรงข้ามและเพศเดียวกัน (โอ้...น่าสนใจๆ) ที่พากันกิ๊กในนิสัยใจคอของเธอ รู้แล้วยืดอกได้เลยว่า ความเป็นตัวของตัวเองอย่างที่เธอเป็นอยู่ คือน้ำหอมที่ใครๆก้อยอมให้ใจ ถ้าได้คลุกคลีอยู่ใกล้ๆเธอ ข้อแนะนำสำหรับเธอคือ อย่ากิ๊กกับใครด้วยแรงเชียร์ของคนอื่น เธอจะต้องหาเองและเลือกเอง แล้วปัญหารักใดๆ เธอก้อจะฝ่าไปได้แน่นอน  
     
    August 04

    ***ต้นไม้ประจำวันเกิด***

    1 มกราคม - 11 มกราคม ต้นเฟอร์ (Fir Tree) ลึกลับ มีรสนิยมแปลก รักศักดิ์ศรี ทันสมัย ชอบความสวยงาม อารมณ์เสียง่าย ดื้อดึง หลงตัวเอง แต่ก็แคร์คนใกล้ชิด ทะเยอทะยาน มีพรสวรรค์ ขยันหมั่นเพียร มีเพื่อนมากและศัตรูมาก พึ่งพิงได้

    12 มกราคม -24 มกราคม ต้นเอม (Elm Tree) คุณธรรมสูง รสนิยมดี อ่อนน้อมถ่อมตน มีแนวโน้มให้อภัยคนอื่นยาก สดใส ชอบเป็นผู้นำ เป็นคู่รักที่ซื่อสัตย์ ชอบตัดสินใจให้คนอื่นใจดี มีอารมณ์ขัน

    25 มกราคม- 3 กุมภาพันธ์ ต้นไซเปรส (Cypress Tree) ไว้วางใจได้ เข้มแข็ง ปรับตัวเก่ง ยอมรับความจริง มองโลกในแง่ดี เกลียดความโดดเดี่ยว เต็มไปด้วยกิเลสตัณหาในเรื่องความรัก อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย อวดรู้ วางภูมิ

    4 กุมภาพันธ์ - 8 กุมภาพันธ์ ต้นปอปลาร์ (Poplar Tree) ไม่แน่นอน แต่งตัวเก่ง ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง จะกล้าเฉพาะเวลาจำเป็น จุกจิกจู้จี้ ค่อนข้างโดดเดี่ยว เป็นศิลปิน วางแผนเก่ง ชอบปรัชา ไว้ใจได้ จริงจังกับความรัก

    9 กุมภาพันธ์ - 18 กุมภาพันธ์ ต้นซีดาร์ (Cedar Tree) มั่นใจ ปรับตัวเก่ง ชอบความหรูหรา มีแนวโน้มดูถูกคนอื่น มั่นใจสูง ไม่อดทน ชอบทำให้คนอื่น ประทับใจ มีพรสวรรค์หลายด้าน ขยันขันแข็ง มองโลกในแง่ดี เชื่อในรักแท้ ตัดสินใจเร็ว

    19 กุมภาพันธ์ - 28 กุมภาพันธ์ ต้นสน (Pine Tree) พิเศษเฉพาะเจาะจง เป็นคนว่าง่าย รู้วิธีหาความสุขสบายให้ชีวิต เป็นเพื่อนที่ดี แต่ไม่ค่อยผูกมิตรกับใคร รักง่าย หน่ายเร็ว คาดหวังว่าจะเจอสิ่งที่เป็นอุดมคติ

    1 มีนาคม -10 มีนาคม ต้นวิปปิง วิลโลว์ (Weeping Willow Tree) โศกเศร้า เป็นคนดูดี แต่โศกเศร้า มีเสน่ห์ดึงดูด เห็นอกเห็นใจคนอื่น มีรสนิยมดี ชอบการท่องเที่ยว ช่างฝัน เอาแต่ใจตัวเอง ซื่อสัตย์ มีสัญชาตญาณดี อยู่ร่วมกับคนอื่นยากมักชอกช้ำเรื่องความรัก แต่ก็จะพบคนที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวได้

    11 มีนาคม-20 มีนาคม ต้นไลม์ (Lime Tree) สงสัยลังเล เกลียดความรุนแรง ความกดดัน และความเฉื่อยชา เป็นคนว่าง่าย ทุ่มเทเพื่อเพื่อน มีพรสวรรค์ แต่ขาดความพยายามที่จะพัฒนาพรสวรรค์ที่มีอยู่ ขี้บ่น และขี้อิจฉา

    21 มีนาคม ต้นโอ๊ก (Oak Tree) ผู้กล้า เข้มแข็ง กล้าหา ไม่โอนอ่อนผ่อนตาม รักอิสระไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ติดดิน เป็นนักปฏิบัติ

    22 มีนาคม - 31 มีนาคม ต้นฮาเซลนัท (Hazelnut Tree) ไม่เหมือนใคร มีเสน่ห์ รู้วิธีสร้างความประทับใจเป็นนักสู้เพื่อสังคม เป็นที่รักของผู้คน อารมณ์เสียง่าย เป็นคู่รัก ที่เอาแต่ใจตัวเองแต่ก็ซื่อสัตย์ อดทน มีความยุติธรรม

    1 เมษายน - 10 เมษายน ต้นโรแวน (Rowan Tree) อ่อนไหว มีเสน่ห์ ร่าเริง ไม่หลงตัวเอง มีรสนิยมดี เป็นศิลปิน ลุ่มหลงในกิเลสตัณหา เป็นคนรักที่ดี แต่มักไม่ค่อยให้อภัยคน

    11 เมษายน - 20 เมษายน ต้นเมเปิล (Maple Tree) รักอิสระ เต็มไปด้วยจินตนาการ ขี้อาย แต่มีความทะเยอทะยาน ภูมิใจในตัวเอง ชอบหาประสบการณ์ใหม่ ๆ จุกจิกจู้จี้ในบางที จิตใจซับซ้อน ความจำดี เรียนรู้เร็ว มีชีวิตรักที่ซับซ้อน

    21 เมษายน -30 เมษายน ต้นวอลนัท (Walnut Tree) ลุ่มหลงในกิเลสตัณหา เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ความขัดแย้ง หัวแข็ง หลงตัวเอง ก้าวร้าว เอาแน่เอานอนไม่ได้ ทะเยอทะยานสูง ไม่ยืดหยุ่น เป็นคนขี้อิจฉาไม่ประนีประนอม

    1 พฤษภาคม -14 พฤษภาคม ต้นปอปลาร์ (Poplar Tree) ไม่แน่นอน แต่งตัวเก่ง ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง จะกล้าเฉพาะเวลาจำเป็น จุกจิกจู้จี้ ค่อนข้างโดดเดี่ยว เป็นศิลปิน วางแผนเก่ง ชอบปรัชา ไว้ใจได้ จริงจังกับความรัก

    15 พฤษภาคม - 24 พฤษภาคม ต้นเกาลัด (Chestnut Tree) ผู้ซื่อสัตย์ มีความงามที่ไม่เหมือนใคร ยุติธรรม ร่าเริง มีวาทศิลป์ดี แต่ขี้รำคาญอ่อนไหว ส่วนมากเพราะขาดความมั่นใจ ไม่ค่อยเข้าใจความรัก มีปัญหาเรื่องหาคู่ครอง

    25 พฤษภาคม - 3 มิถุนายน ต้นมะกอก (Ash Tree) ทะเยอทะยาน มีเสน่ห์ดึงดูด มีชีวิตชีวา ไม่สนใจคำวิจารณ์ ทะเยอทะยาน เฉลียวฉลาด ชอบเสี่ยงแต่ บางทีก็หลงตัวเองเกินไป เชื่อถือได้ เป็นคู่รักที่ฉลาดจนบางทีจะใช้สมองมากกว่าหัวใจ แต่ก็จริงจังกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น

    4 มิถุนายน -13 มิถุนายน ต้นฮอร์นบีม (Hornbeam Tree) รสนิยมดี ห่วงรูปร่างหน้าตาตัวเองมาก มีรสนิยมดี ไม่หลงตัวเอง พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นมีเหตุผล และหลักการณ์ ชอบคู่รักที่ใจดี ฉลาด แต่เป็นคนลังเล ตัดสินใจไม่แน่นอน มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี

    14 มิถุนายน -23 มิถุนายน ต้นฟิก (Fig Tree) หัวใจเป็นใหญ่ เข้มแข็ง เอาแต่ใจตัวเองในบางที รักอิสระ ไม่ชอบการโต้เถียงหรือขัดแย้ง รักครอบครัว รักเด็ก และสัตว์เลี้ยง ชอบสังคมในบางครั้ง มีอารมณ์ขัน บางทีก็ขี้เกียจเฉื่อยชา พรสวรรค์และฉลาด

    24 มิถุนายน ต้นเบิช (Birch Tree) แรงบันดาลใจ สดใสร่าเริง เป็นมิตร ไม่เสแสร้ง สุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน เกลียดความหยาบคาย รักธรรมชาติ และความสงบ ไม่มีกิเลสตัณหามากนัก เต็มไปด้วยจินตนาการ มีความทะเยอทะยานเล็กน้อย

    25 มิถุนายน - 4 กรกฎาคม ต้นแอปเปิล (Apple Tree) นักรัก มีรูปร่างบอบบาง มีเสน่ห์ดึงดูด เป็นนักผจภัยอ่อนไหว ตกหลุมรักง่าย เป็นคู่รักที่ซื่อสัตย์ ใจดี มีพรสวรรค์ด้านวิทยาศาสตร์ เป็นนักคิด นักจินตนาการ แต่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง

    5 กรกฎาคม - 14 กรกฎาคม ต้นเฟอร์ (Fir Tree) ลึกลับ มีรสนิยมแปลก รักศักดิ์ศรี ทันสมัย ชอบความสวยงาม อารมณ์เสียง่าย ดื้อดึง หลงตัวเอง แต่ก็แคร์คนใกล้ชิด ทะเยอทะยาน มีพรสวรรค์ ขยันหมั่นเพียร มีเพื่อนมากและศัตรูมาก พึ่งพิงได้

    15 กรกฎาคม -25 กรกฎาคม ต้นเอม (Elm Tree) คุณธรรมสูง รสนิยมดี อ่อนน้อมถ่อมตน มีแนวโน้มให้อภัยคนอื่นยาก สดใส ชอบเป็นผู้นำ เป็นคู่รักที่ซื่อสัตย์ ชอบตัดสินใจให้คนอื่น ใจดี มีอารมณ์ขัน

    26 กรกฎาคม - 4 สิงหาคม ต้นไซเปรส (Cypress Tree) ไว้วางใจได้ เข้มแข็ง ปรับตัวเก่ง ยอมรับความจริง มองโลกในแง่ดี เกลียดความโดดเดี่ยว เต็มไปด้วยกิเลสตัณหาในเรื่องความรัก อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย อวดรู้ วางภูมิ

    5 สิงหาคม -13 สิงหาคม ต้นปอปลาร์ (Poplar Tree) ไม่แน่นอน แต่งตัวเก่ง ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง จะกล้าเฉพาะเวลาจำเป็น จุกจิกจู้จี้ ค่อนข้างโดดเดี่ยว เป็นศิลปิน วางแผนเก่ง ชอบปรัชา ไว้ใจได้ จริงจังกับความรัก

    14 สิงหาคม - 23 สิงหาคม ต้นซีดาร์ (Cedar Tree) มั่นใจ ปรับตัวเก่ง ชอบความหรูหรา มีแนวโน้มดูถูกคนอื่น มั่นใจสูง ไม่อดทน ชอบทำให้คนอื่น ประทับใจ มีพรสวรรค์หลายด้าน ขยันขันแข็ง มองโลกในแง่ดี เชื่อในรักแท้ ตัดสินใจเร็ว

    24 สิงหาคม - 2 กันยายน ต้นสน (Pine Tree) พิเศษเฉพาะเจาะจง เป็นคนว่าง่าย รู้วิธีหาความสุขสบายให้ชีวิต เป็นเพื่อนที่ดี แต่ไม่ค่อยผูกมิตรกับใคร รักง่าย หน่ายเร็ว คาดหวังว่าจะเจอสิ่งที่เป็นอุดมคติ

    3 กันยายน -12 กันยายน ต้นวิปปิง วิลโลว์ (Weeping Willow Tree) โศกเศร้า เป็นคนดูดี แต่โศกเศร้า มีเสน่ห์ดึงดูด เห็นอกเห็นใจคนอื่น มีรสนิยมดี ชอบการท่องเที่ยว ช่างฝัน เอาแต่ใจตัวเอง ซื่อสัตย์ มีสัญชาตญาณดี อยู่ร่วมกับคนอื่นยาก มักชอกช้ำเรื่องความรัก แต่ก็จะพบคนที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวได้

    13 กันยายน - 22 กันยายน ต้นไลม์ (Lime Tree) สงสัยลังเล เกลียดความรุนแรง ความกดดัน และความเฉื่อยชา เป็นคนว่าง่าย ทุ่มเมเพื่อเพื่อน มีพรสวรรค์ แต่ขาดความพยายามที่จะพัฒนาพรสวรรค์ที่มีอยู่ ขี้บ่น และขี้อิจฉา

    23 กันยายน ต้นโอลีฟ (Olive Tree) ฉลาดเฉลียว อ่อนโยน มีเหตุผล ไม่ชอบความรุนแรง อดทน ร่าเริง แต่รักสงบ มีความยุติธรรม อ่อนไหว เห็นอกเห็นใจคนอื่น ชอบการอ่าน และคบกับคนชั้นสูง

    24 กันยายน - 3 ตุลาคม ต้นฮาเซลนัท (Hazelnut Tree) ไม่เหมือนใคร มีเสน่ห์ รู้วิธีสร้างความประทับใจเป็นนักสู้เพื่อสังคม เป็นที่รักของผู้คน อารมณ์เสียง่าย เป็นคู่รัก ที่เอาแต่ใจตัวเองแต่ก็ซื่อสัตย์ อดทน มีความยุติธรรม

    4 ตุลาคม - 13 ตุลาคม ต้นโรแวน (Rowan Tree) อ่อนไหว มีเสน่ห์ ร่าเริง ไม่หลงตัวเอง มีรสนิยมดี เป็นศิลปิน ลุ่มหลงในกิเลสตัณหา เป็นคนรักที่ดี แต่มักไม่ค่อยให้อภัยคน

    14 ตุลาคม -23 ตุลาคม ต้นเมเปิล (Maple Tree) รักอิสระ เต็มไปด้วยจินตนาการ ขี้อาย แต่มีความทะเยอทะยาน ภูมิใจในตัวเอง ชอบหาประสบการณ์ใหม่ ๆ จุกจิกจู้จี้ในบางที จิตใจซับซ้อน ความจำดี เรียนรู้เร็ว มีชีวิตรักที่ซับซ้อน

    24 ตุลาคม - 11 พฤศจิกายน ต้นวอลนัท (Walnut Tree) ลุ่มหลงในกิเลสตัณหา เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ความขัดแย้ง หัวแข็ง หลงตัวเอง ก้าวร้าว เอาแน่เอานอนไม่ได้ ทะเยอทะยานสูง ไม่ยืดหยุ่น เป็นคนขี้อิจฉาไม่ประนีประนอม

    12 พฤศจิกายน -21 พฤศจิกายน ต้นเกาลัด (Chestnut Tree) ผู้ซื่อสัตย์ มีความงามที่ไม่เหมือนใคร ยุติธรรม ร่าเริง มีวาทศิลป์ดี แต่ขี้รำคาญอ่อนไหว ส่วนมากเพราะขาดความมั่นใจ ไม่ค่อยเข้าใจความรัก มีปัหาเรื่องหาคู่ครอง

    22 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม ต้นมะกอก (Ash Tree) ทะเยอทะยาน มีเสน่ห์ดึงดูด มีชีวิตชีวา ไม่สนใจคำวิจารณ์ ทะเยอทะยาน เฉลียวฉลาด ชอบเสี่ยงแต่ บางทีก็หลงตัวเองเกินไป เชื่อถือได้ เป็นคู่รักที่ฉลาดจนบางทีจะใช้สมองมากกว่าหัวใจ แต่ก็จริงจังกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น

    2 ธันวาคม -11 ธันวาคม ต้นฮอร์นบีม (Hornbeam Tree) รสนิยมดี ห่วงรูปร่างหน้าตาตัวเองมาก มีรสนิยมดี ไม่หลงตัวเอง พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นมีเหตุผล และหลักการณ์ ชอบคู่รักที่ใจดี ฉลาด แต่เป็นคนลังเล ตัดสินใจไม่แน่นอน มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี

    12 ธันวาคม -21 ธันวาคม ต้นฟิก (Fig Tree) หัวใจเป็นใหญ่ เข้มแข็ง เอาแต่ใจตัวเองในบางที รักอิสระ ไม่ชอบการโต้เถียงหรือขัดแย้ง รักครอบครัว รักเด็ก และสัตว์เลี้ยง ชอบสังคมในบางครั้ง มีอารมณ์ขัน บางทีก็ขี้เกียจเฉื่อยชา พรสวรรค์และฉลาด

    22 ธันวาคม ต้นบีช (Beech Tree) สร้างสรรค์ มีรสนิยมดี วางแผนชีวิตเก่ง ประหยัด เป็นผู้นำที่ดี ไม่ชอบเสี่ยง มีเหตุผลดูแล ตัวเองในทุกๆ เรื่องอย่างดี

    23 ธันวาคม - 31 ธันวาคม ต้นแอปเปิล (Apple Tree) นักรัก มีรูปร่างบอบบาง มีเสน่ห์ดึงดูด เป็นนักผจภัยอ่อนไหว ตกหลุมรักง่าย เป็นคู่รักที่ซื่อสัตย์ ใจดี มีพรสวรรค์ด้านวิทยาศาสตร์ เป็นนักคิด นักจินตนาการ แต่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง
     

    ข้อคิดเพื่อครอบครัว

     

    1.ข้อสำคัญของการเลือกคู่ คือ เราไม่ได้เลือกใครเพราะเขาสมบูรณ์แบบ แต่เพราะเขามีจุดดี หลัก ๆที่เราประทับใจ   ส่วนจุดอ่อนด้อยนั้นเป็นส่วนปลีกย่อยที่เราสามารถยอมรับได้อย่างไม่ยากเย็น
     
    2.ในความเป็นจริง ไม่มีใครดีเลิศสมบูรณ์แบบ   ถ้าเรามองไม่เห็นจุดอ่อนด้อยของเขาเลย นั่นแสดงว่า เรายังไม่รู้จักเขาอย่างแท้จริง หรือไม่ เราก็กำลังตกอยู่ในความหลงใหลจนไม่ลืมหูลืมตา

     
    3.การแต่งงาน คือ การ ผูกพันกันด้วยหัวใจ   ไม่ใช่เพียงร่างกายและยิ่งไม่ใช่การ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์เชิงธุรกิจ  

     
    4.คนที่แต่งงาน เพราะความเหงา จะยิ่งเหงาหนัก เป็น 2 เท่า แต่งงานแบบคลุมถุงชน ก็มีแนวโน้มว่า ชีวิตจะมืดมนไปอีกนาน  

     
    5.ความสุขความทุกข์ครึ่งหนึ่งอยู่ที่ชีวิตหลังแต่งงาน   คิดให้ดีก่อนที่จะเลือกใคร มาเป็นคู่ชีวิต .....

     
    6.บ้านจะเล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญ ­ แต่ ความรักต้องให้ ใหญ่ที่สุดในบ้าน  

     
    7.คำว่า รักพูดมากไป ย่อมดีกว่า พูดน้อย ไป ...  

     
    8.เมื่อเราทำผิด .... จง ขอโทษเมื่อเขา ทำผิด .... จง ให้อภัย

     
    9. ชีวิตแต่งงาน คือ ชีวิตแห่งการปรับตัว   ถ้าไม่คิดจะปรับตัวเข้าหาใครอยู่เป็นโสดไปก็ดีกว่า ...

     
    10.ยอมเป็นผู้แพ้ดีกว่าเป็นผู้ชนะที่ ยืนอยู่ท่ามกลางซากชีวิตสมรสที่หักพัง ...
     
    11. “แก้ตัว” .... ช่วยอะไรไม่ ได้   “แก้ไข”....... ช่วย ได้ทุกอย่าง ...

     
    12.เมื่อมีปัญหาในครอบครัว   อย่าลืมใช้ความรักและหลักเหตุผลเป็นกรรมการตัดสิน ไม่ใช่ อารมณ์   หรือ อาวุธ ....

     
    13.งอนแต่พองาม ... ก็งามดี แต่งอนเกินพอดีก็เกินงาม ...

     
    14.ต่างคนต่างแข็ง ไม่มีใครยอมอ่อนข้อต่อกัน ... บ้าน ... ก็คงไม่ต่างอะไรกับสนามรบ  

     
    15.เมื่อสามีอ่อนแอไม่รับบทบาทผู้นำ  ความสับสนวุ่นวายก็ตามมา   หรือเมื่อภรรยา พยายามแย่งบทบาทการนำจากสามี ชีวิตครอบครัวก็รอดยาก  

     
    16.ความไม่ซื่อสัตย์ต่อกันเพียงครั้งเดียว ก็อาจสั่นคลอนความไว้วางใจที่มีให้กันได้ ท้ายที่สุดชีวิตคู่ก็จบลงด้วยความแตกร้าว   ยากเยียวยา

     
    17.ความเห็นแก่ตัวสนใจแต่ปัญหาอารมณ์ ความรู้สึก และความสนใจของตัวเองชีวิตคู่ก็อยู่ด้วยกัน ยาก

     
    18.ก่อหนี้สินจนล้นพ้นตัว  ครอบครัวก็มีแต่ความตึงเครียดทุกเช้า เย็น

     
    19.เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือทั้งสองฝ่ายเรียกร้องและคาดหวังจากกันและกันมากเกินพอดี  ปัญหาก็จะมีเรื่อยไป ไม่สิ้นสุด

     
    20.ควรตระหนักว่า ... ภรรยาไม่ใช่ผู้ปรนนิบัติรับใช้สามีแท้จริงแล้ว สามีภรรยา  ควรเอาใจใส่ดูแลกันและกันอย่างดีที่สุด ... ย่อมดีกว่า

     
    21.ไม่มีอะไรทำให้ภรรยาปวดร้าวใจมากเท่าการค้นพบว่า สามีมีหญิงอื่นในหัวใจ

     
    22.รักเดียว ... ใจเดียวไม่ใช่เรื่องเชย  แต่เป็นเรื่องดีที่สามีทุกคนในโลกควรกระทำ  

     
    23. การขอโทษภรรยาเมื่อทำผิดไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรี แต่เป็นศักดิ์ศรีของสามี ... ที่แท้จริง  

     
    24.ไม่ควรมองว่า งานดูแลบ้านเป็นความรับผิดชอบของภรรยา  สามีควรมีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระอย่างสุดความสามารถเสมอ  

     
    25.สรีระรูปร่างหน้า ตา ที่เปลี่ยนไปของภรรยา  ไม่ควรเป็นเหตุให้ความรักในหัวใจของ สามีจืดจางลงแม้แต่น้อย

     
    26.ควรระลึกอยู่เสมอว่า ... การนำครอบครัวนั้น คือ การนำโดยเห็นผลประโยชน์ของครอบครัวเป็นหลักไม่ใช่เพื่อความสุข  ความพึงพอใจของตนเอง

     
    27.ภรรยาที่ดีควรสนับสนุนสามีให้ก้าวไกลในชีวิต   ไม่ใช่ดึงรั้งให้หยุดอยู่กับที่หรือถอยหลัง

     
    28.ภรรยาที่ ดีไม่ควรใช้วิธีการบีบบังคับทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อให้สามีตัดสินใจตาม ความคิดของตน

     
    29. ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน สามีต้องการภรรยาที่สงบนิ่ง ช่วยกันคิดหาทางออก ไม่ใช่ภรรยาที่เอาแต่โวยวาย ตีโพย ตีพายหรือร้องไห้ ฟูมฟาย   โดยปล่อยให้เขาต้องแบกภาระหนักอึ้งเพียง ลำพัง  

     
    30.การไม่ตีลูก เพราะกลัวลูกเจ็บ เมื่อยังเป็น เด็ก   กลับจะ ทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งกว่า เมื่อเขาโตขึ้นเป็นผู้ ใหญ่ที่สร้างปัญหาและถูกลงโทษ . .. จาก สังคม

     
    31.ช่องว่างระหว่าง วัย .. ระหว่างรุ่น ... ย่อมไม่มี   ถ้าพ่อแม่ตระหนักถึงความสำคัญ ­ และใช้ความ พยายามที่มากพอ วิธีที่ดีที่สุด คือ   พ่อแม่ควรวาง แผนเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดกับ ลูก   ไม่ใช่ตามแก้ปัญหา ­ หาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว

     
    32.พึงตระหนักว่า ลูกไม่ใช่ดินน้ำมัน ที่พ่อ แม่   อยากจะปั้นให้เขาเป็นอะไรก็ได้ตามใจ ชอบ   เขาย่อมมีจิตใจที่มีเอกลักษณ์แห่งความ ชอบ   ความสนใจที่แตกต่างไปจาก พ่อแม่ได้ เสมอ

      

    July 25

    เคล็ดลับการปลูกดอกรักในใจให้บ้านสดใสสุดๆ

    อุปกรณ์และสิ่งจำเป็นในการปลูก
    1.
    หัวใจ 1 ดวง(ของเราเองนั่นแหละ)
    2.
    ดิน ที่ต้องหนักแน่นไปด้วยความมั่นคง จริงใจ
    3.
    ปุ๋ย อันได้แก่ ของขวัญในวันสำคัญต่างๆ
    4.
    น้ำ ไม่ใช่น้ำเปล่าธรรมดาแต่เป็นน้ำใจล้วนๆ
    5.
    กระถาง ที่เกิดจากการเอาใจใส่ดูแลตัวเองให้ดูดีตลอดเวลา
    6.
    อากาศบริสุทธิ์ โดยเกิดขึ้นได้ด้วยการให้อิสระแก่กันตามสมควร
    7.
    แสงแดด เป็นความอบอุ่นและกำลังใจในยามท้อแท้
    8.
    การตกแต่งลำต้น คือการตัดเล็มอารมณ์หงุดหงิดให้หายไป ทำให้เบิกบานตลอด
    9.
    การกำจัดศัตรูพืช ทำได้ด้วยการประคองความรักให้ราบรื่น ป้องกันหนอน แมลง ที่จะมาทำร้าย

    วิธีการปลูกดอกรัก
    1.เริ่มต้นด้วยการเตรียมกระถางสำหรับการปลูกดอกรัก คือ การแต่งตัวให้ดูดีเหมาะกับวัย ไม่ตกเทรนด์เหมือนคนแก่กลับชาติมาเกิด แล้วก้อไม่จำเป็นต้องเป็นเสื้อผ้าราคาแพง อย่าลืมดูแลความสะอาดของร่างกาย ผิวพรรณ เส้นผม เล็บ ฯลฯ ให้เจริญหูเจริญตาเข้าไว้ เพราะถ้ารูปลักษณ์ภายนอกไม่ดึงดูดใจ ก้อจะพลอยทำให้อะไรๆแย่ตามไปด้วย
    2.
    เอาดินที่เต็มไปด้วยความหนักแน่น มั่นคง มาใส่ลงไปในกระถางให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ลักษณะของดินที่ดีจะต้องเป็นดินที่ร่วนซุย ไม่แข็งกระด้าง ไม่หยาบ(คาย) เปรียบเหมือนกับนิสัยของเราที่ต้องมีความอ่อนหวาน อ่อนโยนพอประมาณ เพราะการพูดหรือทำกิริยา ที่ไม่น่ารักต่อกัน มีแต่จะทำให้ขุ่นข้องหมองใจไปตลอด แต่ดินนี้ก้อจะต้องไม่เหลวเละเกินไปด้วย เหมือนกับนิสัยที่ไม่จริงใจ โลเลง่าย ซึ่งถ้าเอาใส่ลงไปจะทำให้ต้นรักที่ปลูกไม่แข็งแรง
    3.
    เอาหัวใจของเราวางลงไปเบาๆอย่าผลีผลามหรือจู่โจม แบบทุ่มสุดตัว ยิ่งโดยเฉพาะถ้าอยู่ในวัยเรียนก้อยิ่งไม่สมควรที่จะรีบร้อน หรือให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เกินไป ถ้าไม่มีการไตร่ตรองศึกษาซึ่งกันและกันเลย อาจทำให้หัวใจเสียหายได้ง่าย หัวใจนี้จะต้องเป็นหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักและความรู้สึกดีๆ ที่เพาะเอาไว้ในอกข้างซ้ายมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งมันคือต้นกล้าของต้นรักนั่นแหละ ถ้าจะให้ดีก้ออย่าให้หัวใจดวงนี้มีพันธะอื่นอยู่ด้วย เพราะจะสร้างความยุ่งยากให้แน่ๆ
    4.
    เติมดินที่เต็มไปด้วยความหนักแน่น มั่นคงและจริงใจกลบลงไปอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้หัวใจหวั่นไหวง่าย เพราะแรงลมจากอุปสรรคสารพัดชนิด เช่น ระยะทางที่อาจทำให้ไม่สามารถเจอกันบ่อยเท่าที่ต้องการ ภาระหน้าที่ที่ทำให้ไม่ได้เจอกันนานๆ การติดต่อสื่อสารที่ไม่ค่อยราบรื่นมากนัก หรือการกีดกันขัดขวางจากคนอื่นๆ ฯลฯ ซึ่งอาจมาโถมใส่ให้รู้สึกท้อแท้ เศร้า เหงาได้ทุกเมื่อ ถ้าอยากให้ต้นรักแข็งแรงไปนานๆ อย่าขี้งกความหนักแน่นที่มีต่อกัน
    5.
    เมื่อทำทุกอย่างครบแล้ว ให้รดด้วยน้ำใจโดยไม่จำกัดปริมาณ และยังไม่จำกัดระยะเวลาด้วย ไม่ว่าเรื่องอะไรที่สามารถช่วยเหลือกันได้ก้อไม่ควรปฏิเสธ หรือถ้าจะให้ดีก้อไม่ต้องให้อีกฝ่ายต้องร้องขอก่อน เช่น ช่วยกันทำรายงาน ช่วยกันติวหนังสือสอบ เมื่อมีกิจกรรมในครอบครัวแต่ละฝ่ายก้อมาช่วยกันทำทุกครั้ง นอกจากรดน้ำใจให้ต้นรักของตัวเองแล้ว ก้อต้องเผื่อแผ่ไปที่ต้นอื่นๆด้วย คือ นอกจากกะมีน้ำใจกับเขาแล้วก้อต้องมีน้ำใจกับคนใกล้ชิดกับเขาด้วย
    6.
    ใส่ปุ๋ยให้กับต้นรักตามสมควร ไม่ว่าจะเป็นการผสมลงไปบนดินหรือกลบลงบนต้นรัก เพราะปุ๋ยนี้จะมีฤทธิ์ทำให้หัวใจพองโตสดชื่น และงอกงามเป็นต้นรักที่แข็งแรง ทำได้โดยการให้ของขวัญวันเกิด ของขวัญปีใหม่ วาเลนไทน์ หรือวันครบรอบวันคบกัน นอกจากนี้ถ้าใส่ปุ๋ยพิเศษลงไปด้วย เป็นการทำเซอร์ไพรส์แบบไม่ต้องรอให้ถึงวันสำคัญ เช่น การหอมแก้ม การบอกรัก การให้ของฝากเล็กๆน้อยๆ จะให้ผลดียิ่งขึ้นอีก
    7.
    ถ้าอยากให้ดอกรักบานสะพรั่งสวยงาม อย่าลืมเอาต้นรักไปสูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่น ด้วยการปล่อยให้เขาได้มีเวลาเป็นส่วนตัว ได้มีเพื่อนและทำกิจกรรมที่ชอบ ไม่ต้องอยู่ติดเป็นปาท่องโก๋กับเราตลอดเวลา เพราะการมีความรักไม่ใช่การครอบครอง หรือกักขังให้อีกฝ่ายต่างหมดอิสระ เมื่อได้อยู่ห่างกันบ้างจะทำให้มีเวลาได้คิดถึงกัน ซึ่งจะเป็นผลดีกับความรัก ที่สำคัญคือไม่ควรก้าวก่ายในเรื่องบางเรื่อง เช่น เรื่องในครอบครัวของเขา เพราะจะสร้างความอึดอัดให้กันเกินไปด้วย
    8.
    ในยามที่ต้นรักดูเฉาและอ่อนล้าลงไป เพราะมีปัญหานานาชนิดมาทำให้ท้อแท้ จนหมดแรงที่จะยืนต้นอย่างสวยงาม ก้อสามารถแก้ไขได้ด้วยการให้ต้นรักได้สัมผัสกับแสงแดดแห่งความอบอุ่น วิธีที่ดีที่สุดคือ การพูดจาปลอบโยน การกอด การอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา หรือไม่สามารถเจอตัวเป็นๆในขณะนั้นได้ อย่างน้อยก้อใช้การโทรศัพท์ การส่ง SMS ส่งอีเมล์ไปให้กำลังใจก้อได้ จำไว้ว่าแสงแดดแห่งความอบอุ่นนี้ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แต่ได้ผลทำให้แกนของต้นรักแข็งแรงได้เชียว
    9.
    ว่างๆก้อต้องหัดตัดแต่งต้นรักให้ดูดี ไม่มีส่วนเกินมาทำให้ต้นรักโน้มเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือดูรกเหมือนกับต้นไม้ที่ขาดการเอาใจใส่ พูดง่ายๆก้อคืออย่าปล่อยให้ต้นรักเติบโตไปตามยถากรรมเกินไปนั่นแหละ เช่น เมื่อมีเรื่องหงุดหงิดรำคาญใจ เรื่องทะเลาะเบาะแว้งเกิดขึ้น ก้อตัดเล็มออกจากหัวใจให้มากที่สุด ไม่ขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆขึ้นมาเป็นข้อโต้แย้งกันอีก รวมถึงการช่วยกันทำสิ่งที่ใช้เป็นอนุสรณ์ความรัก เช่น สะสมรูปถ่ายคู่กัน แค่นี้ก้อจะมีแต่ความสวยงาม และรอยยิ้มให้กันไปตลอด
    10.
    หมั่นกำจัดศัตรูพืชที่อาจจะมาทำร้ายต้นรักให้อ่อนแอ เช่น หนอนแห่งความระแวง แมลงแห่งคำยุแหย่ใส่ร้าย และเพลี้ยตัวใหญ่จำพวกมือที่สามสี่ห้าให้หมดไป ซึ่งจะทำได้ด้วยการระวังอย่าให้คนที่จะทำให้ความรักสั่นคลอนมาอยู่ใกล้ๆ ไม่สมัครเข้าร่วมลัทธิกิ๊กนิยม เพราะนั่นเป็นบ่อเกิดของความไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน อย่าเชื่อคำยุแหย่จากผู้ไม่ประสงค์ดี ไม่แสดงความขี้หึงหวาดระแวงจนน่าเบื่อ จนถึงขั้นน่ากลัว แต่เหนือสิ่งอื่นใดก้อควรต้องมีความไว้ใจกันให้มากที่สุดก่อนด้วย 

    June 02

    ความหมายของการกระทำ

    จูบที่ มือ หมายถึง มิตรภาพ

    จูบที่ จมูก หมายถึง คุณน่ารักมาก

    จูบที่ แก้ม หมายถึง ฉันต้องการเธอ

    จูบที่ คอ หมายถึง เธอต้องเป็นของฉัน (คืนนี้เสร็จแน่)

    จูบที่ ริมฝีปาก หมายถึง ฉันรักเธอ

    จูบที่ เปลือกตา หมายถึง ฉันกำลังหลงรักเธอ

    เอาแหวนของคุณไปใส่ หมายถึง เธอต้องเป็นของฉันคนเดียว ตลอดไป

    ให้ของขวัญคุณเป็นประจำ หมายถึง เค้าเอาใจใส่ และคิดถึงคุณตลอดเวลา

    จับมือ หมายถึง ฉันชอบเธอ

    มองเข้าไปในตาของคุณ หมายถึง เธอรักฉันหรือเปล่า

    บีบนิ้วของคุณ หมายถึง ฉันอยากจะจูบเธอ

    ลูบไล้เบา ๆ ที่หัวไหล่ หมายถึง อยากจะเอาใจเธอ

    กัดริมฝีปาก หมายถึง ฉันหึงนะ

    ขยิบตาให้ หมายถึง ขอฉันไปกับเธอนะ

    เล่นผมของคุณ หมายถึง ฉันชื่นชมเธอ

    เหยียบเท้าคุณ หมายถึง ฉันเกลียดเธอ

    พูดว่า "คิดถึงคุณ" หมายถึง ฉันใส่ใจเธอเสมอ

    พูดว่า "คืนนี้ จะฝันถึงคุณ" หมายถึง คุณเป็นคนพิเศษ

    พูดว่า "อยากจะอยู่กับคุณตลอดเวลา" หมายถึง คิดถึงคุณทุกลมหายใจ

    แอบหอมคุณ หมายถึง เค้าคนนั้นเป็นคนที่สวีทสุดๆ

    เหงาจัง

    เหงาจัง

    เขียนคำว่ารักเป็นร้อยคำ
    เขียนให้วันที่เคยผูกพันจำได้ไหม
    วันนี้ฉันอยู่คนเดียวไม่มีใคร
    เขียนคำว่าเหงาเก็บไว้….ได้เป็นพัน

    แล้วคนเดียวในชีวิตก็จากไป
    จะให้หันไปทางไหนต่อไปนี้
    ทางข้างหน้าอีกยาวไกลที่มี
    ฉันจะหากำลังใจดีๆ ได้จากใคร

    ตั๋วรถเมล์ขาดๆ
    เศษกระดาษอีกกองใหญ่
    เรื่องของเราอยู่ในของที่ไม่สำคัญอะไร
    แต่เห็นแล้วเหงาจนร้องไห้ทุกที

    ..................

    "จากนี้ไม่มีเธอ"

    ฉันกับเธอเคยอยู่ใกล้กันไม่เคยห่าง
    ไม่เคยรู้สึกอ้างว้างเดียวดายเงียบเหงา
    เวลาข้ามถนนเธอก็จูงมือจับแขนเบาๆ
    เวลาเศร้ายังมีเธอคอยปลอบใจเรื่อยมา

    แต่วันนี้ไม่มีแล้วไม่มีเธอ
    สิ่งที่พบเจอจึงมีแต่ความเศร้าความเหว่ว้า
    เสียงหัวเราะรอยยิ้มกลับกลายเป็นน้ำตา
    ในวันที่ฉันต้องยอมรับว่าจากนี้ไม่มีเธอ”"

    .........

    "เพราะรัก"

    คำว่ารักมิควรดูที่หน้าตา
    มิใช่ว่าหน้าตาดีเหมือนนิสัย
    คำว่ารักควรดูมาจากใจ
    ถึงจะใช่คำว่ารักที่งดงาม

    ส่งเมลไปเทอก้อไม่เคยตอบ
    อยากให้รู้ว่าชอบนะรู้ไหม
    คำๆนี้มันดังมาจากใจ
    ฉันจะไม่รักใครเกินกว่าเทอ

    แม้ว่าเทอจะรักกับคนอื่น
    แม้ว่าคืนที่ผ่านพ้นไม่มีหวัง
    ฉันก้อพร้อมจะยืนอยู่เพียงลำพัง
    เพื่อปล่อยวางทางรักระหว่างเรา

     .........

    เธอกลับมาทำไม ฉันไม่ต้องการ

    กี่ครั้ง .. ที่เธอขอโทษ
    กี่ครั้ง .. ที่ฉันไม่โกรธ อภัยให้
    กี่ครั้ง .. ที่เธอจะกลับตัวกลับใจ
    และกี่ครั้ง .. ที่เธอกลับไปเหมือนเดิม

    เศษเสี้ยวของหัวใจเธอ . . ฉันไม่รับได้ไหม
    เพราะฉันไม่ชอบของเหลือเดนจากใคร
    ไม่มีเธอฉันก็อยู่ได้นาน . . ไม่ต้องกลัว

    แบกหน้า  . . กลับมาทำไม?
    จำได้ว่า . . คุณเพิ่งทิ้งไปไม่นานนี้
    ไปไม่รอดล่ะสิ. .  ถึงกลับมาโดยดี
    คงคิดว่าที่ตรงนี้ . . คงว่างให้พักใจ

    ความรู้สึกของฉัน ..  ไม่ต้องรักษา
    น้ำลายที่ถ่มออกมา . . ไม่ต้องเก็บเข้าไปใหม่
    คำมักง่ายบางคำ ..  ฉันไม่อยากจำใส่ใจ
    เมื่อเธอมีที่จะไปก็อย่าหันกลับมา.

    ..........

    เช็ดน้ำตาที่ไหลมาที่ละหยด
    แล้วจำจดความช้ำแต่ครั้งหลัง
    อดีตรักที่เคยได้พุกพัง
    จะไปหวัง ให้หวนคืนอีกทำไม
    ภาพสุดท้ายตายจากไปในวันนั้น
    ที่บอกกันมันเพียงฝันอันสุขสม
    ที่ผ่านมาอย่าได้คิดจิตโง่งม
    หากขื่นขมจมน้ำตาอย่าติดใจ

    เดินจากไปไม่หันหลังดั่งไร้ค่า
    เสียงร้องมาว่าอย่าจากพรากกันไป
    ยังเย็นชาหาได้ฟังดั่งสะใจ
    เดินจากไปไม่เหลียวแลแยแสกัน

    มาวันนี้ที่เธอช้ำน้ำคำรัก
    เจ็บยิ่งนักหักหาญใจไม่สุขสรรค์
    จึงกลับมาหารักเก่าเรามีกัน
    พูดคำนั้นมันไร้ค่าอย่าเอ่ยเลย

    ..........

    เจ็บมามากพอแล้วเจ้าหัวใจ
    จะรักเค้าอีกต่อไปทำไมกัน
    แค่ต้องทนเจ็บปวดไปวันๆ
    ก็มากเกินพอที่จะลืมคนๆนั้น..แล้วทั้งคน
    ใจให้ไปเท่าไหร่ก็เท่านั้น
    เค้าเคยเห็นความสำคัญไหมสักหน
    และอีกนานแค่ไหนที่ต้องทน
    กับความทุกข์ที่ร้อนรน-ปนน้ำตา..
    ฉันจะไปและจะไปในวันนี้
    ตัดใจจากเธอเสียทีคงดีกว่า
    เมื่อใจที่ให้ไปมันไร้ค่า
    ไม่คู่ควรกับคำว่า..รัก..ของเธอ

    ................

    ใบไม้ร่วง

    ใบไม้ต่างก้อมีหลากสีสันพร้อมรอวันเติบโตและโรยรา

    แต่ทุกวันเมื่อใบไม้กระทบแสงแดดก็จะเริ่มเกิดเงาและเห็นสีที่แตกต่างไปจากเดิม

    เพียงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ไม่นานเท่านั้น

    ชีวิตคนเราทุกวันนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากสีของใบไม้แต่ละใบที่ย่อมแปรผันไปตามกาลเวลา

    ฉะนั้นถ้าเรามัวแต่นั่งรอเวลาที่จะทำอะไรบ้างอย่างอยู่แล้วไม่ลงมือทำสีของใบไม้ก้อจะเริ่มเปลี่ยนสี

    และบางทีอาจโรยราจนบางทีใบจะร่วงหมดต้นก่อน

    ต้นไม้แห่งความฝันก้อจะสลายไปโดยไม่รู้ตัว

    แต่ไม่นานมันก้อจะผลัดใบใหม่ขึ้นมาแทน

    แล้วฝันอาจผลิดอกออกผลขึ้นมาใหม่แต่คงต้องรอสิ่งเดียวเท่านั้น

    คือ…………………..เวลา

    ที่ไม่มีใครรู้เลยว่า…………………………………………..เมื่อไร

    .............

    เมื่อฉันเป็นได้แค่บางคน

    เข้าใจนะที่เธอจะไปในวันนี้
    ก็รู้ดีอยู่ด้วยกันไม่ใช่เพราะรัก
    เธอเพียงแค่อยากมีบางคนใกล้ๆ
    และค้นหาใครสักคนตัวจริง

    อวยพรให้เธอโชคดีแม้น้ำตาจะท่วมใจ
    ทำใจแต่แรกที่รับเธอมา
    คนสุดท้ายของเธอคงไม่ใช่ฉัน
    ฉันเป็นเพียงแค่บางคนที่เธอเดินผ่านมาเจอ

    ยืนยันว่าไม่เคยเสียใจที่ได้เป็นบางคน
    แค่ได้รักได้มีเธออยู่ข้างๆชั่วเวลาหนึ่ง
    เท่านั้นก็คุ้มค่าสำหรับหัวใจฉัน
    แค่ได้เป็นบางคนที่รักเธอก็พอ

    แต่ขอได้ไหมก่อนจะไป
    สัญญากับบางคนคนนี้ที
    วันไหนหากไม่มีใคร
    กลับมาหาบางคนคนนี้ได้ไหม
    รู้เอาไว้นะว่ายังมีบางคนรอเธอ
    พร้อมทั้งหวังลึก-ลึกว่าบางคน
    จะได้เป็นใครคนนั้น” …ของเธอ

    ............

    สุขที่ได้รัก

    บางครั้งการที่คุณรักใครสักคน ก็ไม่จำเป็นเสมอไปที่เค้าคนนั้นจะรักคุณตอบบางครั้งคนที่คุณกำลังคิดถึง เค้าอาจจะกำลังคิดถึง ใครอีกคนอยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้แต่...จงยินดีกับตัวเองเถอะนะ ที่ได้มีโอกาสเรียนรู้ ความรู้สึก ของความรักจงยินดีเถอะนะ...ที่ได้รู้จักกับรักที่สวยงาม 

    จงยินดีเถอะนะ...ที่คุณได้มีโอกาสสัมผัสกับความรักที่แท้จริงโดยที่ใครอีกหลายคนไม่มีโอกาสความรัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการได้มาทั้งหัวใจ ของคนที่คุณรัก แต่ความรักมันขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคุณ ที่เป็นสุข...สุขที่ได้รัก 

    อย่ารักเพียงเพื่อต้องการให้ได้เค้ามาเคียงข้างเพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้เลย ถึงแม้ว่าคุณอยากจะให้เค้ามาอยู่กับคุณตลอดเวลาก็ตาม จงรู้ไว้เถอะนะว่า แม้เค้าจะอยู่กับคุณ คุณก็อาจจะได้เพียงแค่ตัวเค้า แต่คุณก็ไม่มีวันที่เป็นเจ้าของหัวใจของเค้าได้อย่างแท้จริง
     

    จงรัก และทำให้คนที่เรารักมีความสุขถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่เคียงข้างคนที่คุณรักและรู้สึกเจ็บปวด เมื่อเห็นเค้ากับใครอีกคนที่เค้ารัก..อยู่คู่กัน 

    ขอให้คุณคิดซ่ะว่าในเมื่อเค้ามีความสุข ก็ยังดีกว่าการที่เราได้เห็นเค้าทนทุกข์และการที่เห็นคนที่เรารักมีความสุข เราก็ย่อมสุขด้วยเสมอ (ถ้ารักครั้งนั้นเป็นรักที่แท้จริง)

    จงรัก ที่จะเรียนรู้ และให้อภัย ขอจงภูมิใจที่ได้มีรัก จงยินดีเถอะนะ...ที่ได้รู้จักกับรักที่สวยงาม 

    จงยินดีเถอะนะ...ที่คุณได้มีโอกาสสัมผัสกับความรักที่แท้จริงโดยที่ใครอีกหลายคนไม่มีโอกาสความรัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการได้มาทั้งหัวใจ ของคนที่คุณรัก แต่ความรักมันขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคุณ ที่เป็นสุข...สุขที่ได้รัก
     

    อย่ารักเพียงเพื่อต้องการให้ได้เค้ามาเคียงข้างเพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้เลย ถึงแม้ว่าคุณอยากจะให้เค้ามาอยู่กับคุณตลอดเวลาก็ตาม จงรู้ไว้เถอะนะว่า แม้เค้าจะอยู่กับคุณ คุณก็อาจจะได้เพียงแค่ตัวเค้า แต่คุณก็ไม่มีวันที่เป็นเจ้าของหัวใจของเค้าได้อย่างแท้จริง
     

    จงรัก และทำให้คนที่เรารักมีความสุขถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่เคียงข้างคนที่คุณรักและรู้สึกเจ็บปวด เมื่อเห็นเค้ากับใครอีกคนที่เค้ารัก..อยู่คู่กัน
     

    ขอให้คุณคิดซ่ะว่าในเมื่อเค้ามีความสุข ก็ยังดีกว่าการที่เราได้เห็นเค้าทนทุกข์และการที่เห็นคนที่เรารักมีความสุข เราก็ย่อมสุขด้วยเสมอ (ถ้ารักครั้งนั้นเป็นรักที่แท้จริง)
     

    จงรัก ที่จะเรียนรู้ และให้อภัย ขอจงภูมิใจที่ได้มีรัก

    10 สาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกกันมากที่สุด

    หลายคนคงเคยตั้งคำถามว่า เอ . . . ทำไมเขาหรือเธอคนนั้นจึงเลิกลาจากเราไป บางคนอาจโทษอีกฝ่ายหลายคนก็โทษตัวเอง แต่จะมีสักกี่คนที่มองย้อนกลับไปในขณะคบกันว่าเราทำอะไรผิดไปบ้าง ลองมาดูกันเผื่อจะระลึกได้ หรืออาจเป็นประโยชน์หากคุณยังคบกันอยู่ ดูกันว่าพฤติกรรมเหล่านี้แหละที่อาจทำให้คุณเลิกลากันไป

     เอาแต่ใจ ตัวเอง
              เป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ทุกคนต้องเอาแต่ใจตัวเองกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าใครจะ เอาใจตัวเองมาก หรือน้อยเท่านั้นเองค่ะ บางคนคิดว่าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง น้อย แต่ความจริงแล้วมากเนี่ย ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลย

     ทำตัวเป็นเจ้าของ มากเกินไป
              การที่คุณแสดงตัวให้ใครต่อใครได้รู้ว่า คุณกับเขาเป็นแฟนกันเนี่ย ก็ไม่ใช่เรื่อง แปลก เพียงแต่บางครั้งคุณอาจแสดงความเป็นเจ้าของเขา ในลักษณะที่เป็นเงา ตามตัวกันเลย เช่น ไปไหนไปด้วย ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ โดยไม่ให้เขามีเวลา ส่วนตัวแม้แต่นิดเดียว ก็อาจเป็นปัญหาได้เหมือนกัน

     หึง แบบไร้ขีดจำกัด
              คงจะห้ามกันได้ยาก เรื่องความหึงเนี่ย แต่ต้องมีลิมิตกันบ้างนะคะ ไม่ใช่ว่าเพื่อนคุยด้วยก็ยังหน้ามืดตามัว หึงขนาดนั้น คงจะไม่ไหว บางคนเข้าขั้นโทรเช็คตลอด เวลา อันนี้น่าเป็นห่วงมากค่ะ

     บอกเลิกทุกครั้ง ที่ทะเลาะ
              ส่วนใหญ่จะเกิดจากฝ่ายหญิงซะมากกว่า จริงๆ แล้วก็พูดแค่อยากให้เขามาง้อเท่า นั้น ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลในช่วงแรกเท่านั้นค่ะ แต่หลังๆ ล่ะก็ เอ้า.. อยากเลิกดีนัก เลิกเลยดีกว่า น้ำตาเช็ดหัวเข่าค่ะ

     ไปเจ๊าะแจ๊ะ กับคนอื่น
              ถือได้ว่าคุณไม่ได้ให้เกียรติคนที่คุณรักเลย ซึ่งทุกคนก็ย่อมหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง บางครั้งอาจทำ เพื่อให้อีกฝ่ายหึงเล่นๆ เป็นการคอนเฟิร์มว่าคุณเองก็มีค่า สำหรับพวกเขา แต่ต้องระวังนะคะ เพราะมองอีกมุมคือคุณไม่แคร์ความรู้สึกของ เขาเลย และถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่รู้จะอยู่ด้วยกันไปทำไม อีกกรณีหนึ่งที่หึงหรือชายไปชอบเพื่อนของฝ่ายหนึ่ง นอกจากจะทำให้มิตรภาพระหว่างเพื่อนแตกสะบั้นแล้ว คนอื่นจะมองคุณเป็นคนไม่ดีเอามาก ๆ ด้วย ข้อนี้ต้องคิดให้ดีค่ะ

     เชื่อเพื่อน มากเกินไป
              บางครั้งเพื่อนก็ไม่อยากให้คุณมีแฟน ซึ่งก็โทษไม่ได้อีกนั่นแหล่ะค่ะ เพราะจากที่ เคยเจอกัน ทานข้าวด้วยกันทุกวัน ก็กลับกลายเป็นว่า คุณไปตัวติดกับแฟนแทน หรืออาจจะด้วยความหวังดีมากเกินไป ก็เลยคิดแทนคุณไปหมด ว่าแฟนคุณดีพอ สำหรับคุณหรือเปล่า

     โกรธแล้ว ไม่พูดด้วย
              เป็นสาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกรากันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ อาการแบบนี้จะทำให้อีกฝ่าย รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หรือบางทีเรื่องที่โกรธอาจมาจากความเข้าใจผิด แล้วไม่พูด กัน ก็ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้

     นัดแล้ว ไม่เป็นนัด
              การเลื่อนนัด ประเภท เลื่อนแล้วเลื่อนอีก หรือว่ามาเลทแบบ นัดเช้ามาบ่ายนัด บ่ายมาเย็น อาการแบบนี้เนี่ย บางคนเขารอบ่อยๆ รอไปรอมา เลิกรอตลอดไปเลยก็มีนะคะ

     พูดจาข่มกัน ต่อหน้าคนอื่น
              อาจจะเพียงแค่อำกันเล่น แต่บางคนอำกันแรงเกินไป อาจจะเกิดการทะเลาะกัน ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุเล็กๆ ที่จะนำไปสู่ความบานปลายได้ค่ะ

     โกหก
              บางคนโกหกเป็นนิสัย ทั้งที่บางทีไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจก็คงไม่เป็นไร แต่ขอบอกว่าเรื่องอย่างนี้ น้อยคนนัก ถึงจะยอมเข้าใจค่ะ

              ถ้ารู้ยังงี้แล้วก็อย่าทำตัวไม่ดี ให้ใครเขาเขามาบอกเลิกนะจ๊ะ

     

     

     

    เขาทิ้งเราไป . . . ควรให้อภัยหรือเปล่า

              ไม่เด็ดขาด นอกจากไม่มีวันให้อภัยแล้ว ยังทำพิธีแช่งชักหักกระดูก เผาพริกเผาเกลือสาปส่ง อย่าได้เจอหน้ากันอีกเลยชาตินี้ . . .

             แหม ถ้ามัวแต่นั่งคุมแค้น แรงอาฆาตพยาบาทอาจทำให้เรามีจิตใจที่ไม่เป็นสุข ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือ ให้อภัย ถือเสียว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตอย่างหนึ่งก็แล้วกัน

              การฟื้นตัวจาก ความเจ็บช้ำ ที่ถูกทรยศย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย ครั้นจะให้อภัยอีกใจ ก็คิดขึ้นมาได้ว่า เรื่องอะไรฉันจะให้เลิกราไปง่ายๆ มันจะสบายไปหรือเปล่า สมควรให้มันชดใช ้กรรมโทษฐานที่ ทำให้ฉัน เจ็บช้ำดีไหม ความคิดแบบนาง มารร้ายที่ประดังประเดเข้ามาในสมองแบบนี้ไม่ใช่ เรื่องแปลกธรรมดามาก เพราะการให้อภัยเป็นเรื่องยากจริงๆ โดยเฉพาะตอนเริ่มต้นนี่ละ ส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่า ควรเริ่มต้นจากจุดไหน

             คนส่วนมากคิดว่า ปล่อยให้อดีตผ่านไปแล้วเริ่มต้นใหม่ดีกว่า ชีวิตต้องเดินหน้า ต่อไปเรื่อยๆ แต่ความเจ็บช้ำและความกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยก็ยังคอย ติดตามหลอกหลอนทุกเมื่อเชื่อวัน ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ จะมีมากหรือน้อย แล้วแต่อายุของแต่ละคน อายุน้อยๆ ยังอ่อนประสบการณ์ ก็คงเจ็บมากหน่อย แต่ถ้าอายุมากๆ เคยผ่านประสบการณ์มาแล้วหลายฤดูฝน ก็คงสามารถ ควบคุมความรู้สึกได้ดีกว่า

              ความทรงจำในอดีตที่ตามหลอกหลอนสำหรับบางคนอาจเป็นบาดแผลเรื้อรัง แต่กับบางคนอาจเป็นสิ่งมีค่าที่ช่วยให้จิตใจแข็ง แกร่งขึ้น แต่ถ้าเราพยายาม กีดกันอดีตออกไปจากชีวิตของเรา โดยไม่นำมาเรียนรู้สิ่งเหล่านั้นมักย้อนกลับมาหา จนกลายเป็นบทเรียนซ้ำซากครั้งแล้ว ครั้งเล่า กระหน่ำชีวิตเราอย่างไม่รู้จบ แทนที่จะจงเกลียดจงชังความทรงจำอันเลวร้าย หรือเกลียดคนที่เรา เคยอยู่ด้วย เคยพบเคยรู้จัก

             . . . สู้มาเรียนรู้คิดหาหนทางทำให้ ประสบการณ์เหล่านั้น ช่วยให้เรา เข้มแข็งขึ้นไม่ดีกว่าหรือ คิดเสียว่าคนที่เรา ได้เคยพานพบ ไม่ว่าจะเป็นคน ที่เรารักหรือเกลียด ล้วนแต่เป็นครูช่วยให้เราได้ เรียนรู้ ความรักและ เข้าใจชีวิต มากขึ้น สิ่งสำคัญที่ทำให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น คือ การรู้จักให้อภัยผู้อื่น ผลพลอยได้คือ เพื่อเยียวยารักษา ความเจ็บช้ำของเราเองด้วย

    ขั้นตอนในการให้อภัย

             พยายามทำความเข้าใจถึงสิ่งที่เขาทำกับเราในช่วง เวลานั้น                                             
             พยายามมองให้ออกว่า การที่เราคาดหวังใน ตัวเขามาก ยิ่งทำให้เรา เจ็บช้ำมาก ยามที่ผิดหวัง
             เลิกตัดสิน ปฏิเสธ หรือวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น เลิกคิดเสียทีว่าคนนั้น ดีคนนี้เลว                         
              ลองพิจารณาสิ่งที่เราคาดหวังในตัว เอง และยอมรับให้ได้ว่า                                               

              เราไม่มีทางได้พบสิ่งเหล่านั้นในตัวใครคนใดคนหนึ่งแน่นอน ขนาดตัวเราเอง เรายังทำไม่ได้อย่างที่หวังเลยนี่นา . . .

             ถ้าเราสามารถยกระดับจิตใจตัวเอง และเติมเต็มหัวใจตัวเองได้แล้ว เราก็จะสามารถ ทำในสิ่งที่เราหวังไว้เองได้ โดยไม่ต้องไปคาดหวังในตัวคนอื่นมากนัก โดยเฉพาะ กับแฟนด้วยยิ่งแล้วใหญ่ และเมื่อเราทำใจให้อภัยผู้ชาย ไม่รักดีคนนั้น ได้แล้ว เราจะรู้สึกอิสระเสรีเหนืออื่นใด สามารถเปิดใจรับคนหน้าใหม่และประสบการณ์ ชีวิตใหม่ๆเข้ามาในชีวิตได้อย่างเต็มที่ ทำให้เราดำเนินชีวิต ต่อไป ได้อย่างมั่นใจ

    ...

    No man/woman is worth your tears and the only one who is,
    will never make you cry.
    ไม่มีชายหรือหญิงคนไหนมีค่าพอที่คุณจะต้องเสียน้ำตาให้
    ส่วนคนที่มีค่าพอนั้น เขาย่อมที่จะไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด

    If you love someone,
    put their name in a circle,
    instead of a heart,
    because hearts can break,
    but circles go on forever.
    ถ้าคุณรักใครสักคน
    จงเอาเขาไว้รอบตัวคุณแทนที่จะใส่เขาไว้ในใจ
    เพราะหัวใจสามารถแตกสลายได้
    แต่ถ้าเขาอยู่รอบตัวคุณ เขาจะอยู่กับคุณตลอดไป

    Everyone hears what you say.
    Friends listen to what you say.
    Best friends listen to what you don't say.
    ทุกคนได้ยินสิ่งที่ท่านพูด
    เพื่อนทั่วๆไปจะรับฟังในสิ่งที่ท่านพูด
    แต่เพื่อนแท้จะรับฟังความรู้สึกที่ท่านไม่เอ่ยมันออกมา

    If all my friends were to jump off a bridge,
    I wouldn't jump with them,
    I'd be at the bottom to catch them.
    ถ้าเพื่อนของทั้งหมดของข้าพเจ้าพร้อมใจกันกระโดด
    ลงมาจากสะพาน
    ข้าพเจ้าจะไม่โดดตามพวกเขาไป
    แต่ข้าพเจ้าจะยอมรออยู่ที่ก้นเหวเพื่อที่จะรับพวกเขา

    Don't frown,
    because you never know who's falling in love with your smile!
    อย่าทำหน้าบูดบึ้ง
    เพราะว่าท่านจะไม่สามารถรู้ได้ว่ามีใครกำลังชื่นชม
    รอยยิ้มของท่านอยู่

    If you judge people, you have no time to love them.
    ถ้าท่านมัวแต่คิดตัดสินผู้อื่น
    ท่านก็จะไม่มีเวลาพอที่จะรักและเข้าใจพวกเขา

    Be kind,
    for everyone you meet is fighting a harder battle.
    จงมีจิตใจที่ดีต่อผู้อื่น
    เพราะว่าทุกคนที่ท่านพบกำลังต่อสู้กับปัญหาที่ยิ่งใหญ่
    กว่าที่ท่านกำลังประสบอยู่

    It may take only a minute to like someone,
    only an hour to have a crush on someone
    and only a day to love someone
    but it will take a lifetime to forget someone.
    มันอาจจะใช้เวลาเพียงชั่วนาทีที่จะชอบใครสักคน
    เพียงชั่วโมงที่จะนึกรักใครสักคน
    และเพียงชั่ววันที่จะรักใครสักคน
    แต่มันจะใช้เวลาชั่วชีวิตของท่านที่จะลืมคนคนนั้น

    Enthusiasm is contagious.
    You might cause an outbreak and affect many.
    ความกระตือรือร้นนั้นติดต่อกันได้
    โดยที่ท่านอาจสามารถแพร่มันออกไปและส่งผล
    กระทบให้อีกหลายคนกระตือรือร้นตามท่านได้

    Yesterday is the history,
    tomorrow is a mystery.
    Today is a gift,
    that is why it is called the present.
    เมื่อวานคืออดีต
    พรุ่งนี้คือปริศนา
    แต่วันนี้คือสิ่งที่ท่านมี
    นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงเรียกปัจจุบันนี้ว่าของขวัญ(Present)

    Dance like nobody's watching,
    and love like it's never goanna hurt.
    ปล่อยตัวเต้นรำให้สนุกสนานเหมือนไม่มีใครจ้อง
    และจงรักเหมือนว่ามันจะไม่นำความเจ็บปวดมาให้

    February 15

    ตำนานพระจันทร์

    นานมาแล้ว..สมัยที่โลกยังมีพระจันทร์ 2 ดวง

    มีดวงจันทร์ดวงหนึ่งเป็นผู้หญิงกับอีกดวงหนึ่งเป็นผู้ชาย

    และดวงจันทร์ทั้งสองดวงนี้ ต่างก็รักกันมาก

     

    ดวงจันทร์ทั้งสองไม่เคยแยกห่างจากกัน

    ทุกๆ คืนเมื่อมองไปบนฟ้า

    จะเห็นดวงจันทร์ทั้งคู่อยู่เคียงข้างกันเสมอ

     

    แต่แล้ววันหนึ่ง ดวงจันทร์ผู้หญิงได้ไปพบกับดวงอาทิตย์

    ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงหลงใหลในแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์

    จนเลื่อนตัวตามดวงอาทิตย์ไปทีละน้อย ทีละน้อย

    และก็แยกมาจากดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งในที่สุด...

     

    เมื่อค่ำคืนมาถึง จึงมีดวงจันทร์ผู้ชายเหลืออยู่ เพียงดวงเดียว

    ส่วนดวงจันทร์ผู้ชายก็ได้แต่ตามหาดวงจันทร์ผู้หญิงไปทุกหนทุกแห่ง

    คืนแล้วคืนเล่า วันเวลาล่วงผ่านไป

     

    แต่ดวงจันทร์ผู้ชายก็ไม่สามารถหาดวงจันทร์ผู้หญิงได้พบ.

    ด้วยความคิดถึง และอยากพบดวงจันทร์ผู้หญิงให้เร็วที่สุด

     

    ทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่า "หากเรามัวแต่ตามหาอยู่อย่างนี้ คงไม่ได้เจอแน่ๆ"

    จึงตัดสินใจ.. ระเบิดตัวเอง เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไปทั่วทั้งจักรวาล

    เพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ออกตามหาดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งนั้น

     

    เมื่อเวลาผ่านไป ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิง ได้เห็นถึงความจริงว่า

    แม้ดวงอาทิตย์จะส่องแสงเจิดจ้า สวยงามสักปานใด

    แต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่องแสงเจิดจ้า แต่เพียงเธอเท่านั้น

    ยังส่องแสงไปยังดาวดวงอื่นๆ อีกมากมาย

     

    ดวงจันทร์ผู้หญิงจึงกลับมาหาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้ง.

    แต่หาเท่าไรก็หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ

    ต่อมาจึงได้รู้ว่า ดวงจันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเอง

    เพียงเพื่อตามหาตน จนกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ

     

    ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงรู้ว่าไม่มีวันที่จะได้เจอ กับดวงจันทร์ผู้ชายอีกต่อไปแล้ว

    จึงได้แต่โศกเศร้า และเสียใจ

    แต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่ดวงจันทร์ผู้ชาย มีต่อดวงจันทร์ผู้หญิง

    ทุกค่ำคืนจึงพยายามเปล่งประกายแสง

    ที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตน ส่งให้ถึงดวงจันทร์ผู้หญิง

    เกิดเป็นแสงพร่างพรายเต็มท้องฟ้า เคียงข้างดวงจันทร์

     

    จนเกิดเป็นดวงจันทร์และดวงดาว ให้เราเห็นจนถึงทุกวันนี้

    หากเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน วันไหนที่เห็นจันทร์สวยสด

    วันนั้น คุณก็จะไม่เห็นดาวดวงเล็กดวงน้อยส่องแสง

    หรือวันใดคุณเห็นดาวเปล่งประกายเต็มฟ้ามืด

    วันนั้น คุณก็จะไม่พบดวงจันทร์.... เขาและเธอ ไม่อาจพบกันตลอดกาล

    February 11

    ใบไม้ร่วง

    ใบไม้ต่างก้อมีหลากสีสันพร้อมรอวันเติบโตและโรยรา

    แต่ทุกวันเมื่อใบไม้กระทบแสงแดดก็จะเริ่มเกิดเงาและเห็นสีที่แตกต่างไปจากเดิม

    เพียงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ไม่นานเท่านั้น

    ชีวิตคนเราทุกวันนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากสีของใบไม้แต่ละใบที่ย่อมแปรผันไปตามกาลเวลา

    ฉะนั้นถ้าเรามัวแต่นั่งรอเวลาที่จะทำอะไรบ้างอย่างอยู่แล้วไม่ลงมือทำสีของใบไม้ก้อจะเริ่มเปลี่ยนสี

    และบางทีอาจโรยราจนบางทีใบจะร่วงหมดต้นก่อน

    ต้นไม้แห่งความฝันก้อจะสลายไปโดยไม่รู้ตัว

    แต่ไม่นานมันก้อจะผลัดใบใหม่ขึ้นมาแทน

    แล้วฝันอาจผลิดอกออกผลขึ้นมาใหม่แต่คงต้องรอสิ่งเดียวเท่านั้น

    คือ…………………..เวลา

    ที่ไม่มีใครรู้เลยว่า…………………………………………..เมื่อไร

    .............

    เมื่อฉันเป็นได้แค่บางคน

    เข้าใจนะที่เธอจะไปในวันนี้
    ก็รู้ดีอยู่ด้วยกันไม่ใช่เพราะรัก
    เธอเพียงแค่อยากมีบางคนใกล้ๆ
    และค้นหาใครสักคนตัวจริง

    อวยพรให้เธอโชคดีแม้น้ำตาจะท่วมใจ
    ทำใจแต่แรกที่รับเธอมา
    คนสุดท้ายของเธอคงไม่ใช่ฉัน
    ฉันเป็นเพียงแค่บางคนที่เธอเดินผ่านมาเจอ

    ยืนยันว่าไม่เคยเสียใจที่ได้เป็นบางคน
    แค่ได้รักได้มีเธออยู่ข้างๆชั่วเวลาหนึ่ง
    เท่านั้นก็คุ้มค่าสำหรับหัวใจฉัน
    แค่ได้เป็นบางคนที่รักเธอก็พอ

    แต่ขอได้ไหมก่อนจะไป
    สัญญากับบางคนคนนี้ที
    วันไหนหากไม่มีใคร
    กลับมาหาบางคนคนนี้ได้ไหม
    รู้เอาไว้นะว่ายังมีบางคนรอเธอ
    พร้อมทั้งหวังลึก-ลึกว่าบางคน
    จะได้เป็นใครคนนั้น” …ของเธอ

     

    February 04

    นี่รักหรือผูกพัน

                    สำหรับเรา ความรักกับความผูกพันไม่เหมือนกัน
    "มันแตกต่างกัน"

                    ความรักเกิดขึ้นได้เสมอ ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าเมื่อไหร่ ที่ไหน กับใครก็ตาม
    บางครั้งเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว และไม่สามารถตอบได้
                    ความรักคือการให้ การทุ่มเท การให้ความรู้สึกดีๆ ให้สิ่งที่เกินพอสำหรับใครซักคนที่เรารัก
    การทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้คนที่เรารักมีความสุข
    จนเหมือนกับว่าคนๆ นั้นเป็น
    คนที่พิเศษกว่าคนอื่น (ซึ่งจริงๆ แล้วก็ใช่)
                    ความรักจึงเป็นการทำเพื่อคนๆ หนึ่ง ซึ่งไม่ว่าเมื่อไหร่ เวลาไหน
    สำหรับคนที่เรารัก ความคิดถึง ความเป็นห่วงจะเกิดขึ้นตลอดเวลา
    เราจะห่วงว่าเขาไปที่ไหน ไปกับใคร ความรัก
    เกิดขึ้นได้แม้เพียงพบกันแค่นาที แค่เห็นหน้าเพียงครั้งแรก ครั้งเดียว
                    ความรักไม่จำเป็นต้องใช้เวลา แต่การจะทำให้ความรักคงอยู่ หรือเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่
    นั่นต่างหาก เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา และนำความผูกพันใส่ลงไป
    เพราะความผูกพันเป็นสิ่งที่ทำให้คนสองคนได้รู้จักกันมากขึ้น
    เป็นช่วงเวลาที่ทำให้คนสองคนปรับตัวเข้าหากัน
    "ความรักจะคงอยู่ได้ หากความผูกพันเกิดขึ้น"
                   
    ความผูกพันนั้นต่างกับความรัก เพราะการผูกพันกับใครซักคน ไม่จำเป็นที่เราจะต้องรัก
    สำหรับความผูกพัน มันคือความรู้สึกคิดถึง
    ช่วงเวลาหนึ่งที่เคยเกิดขึ้น การที่เราคิดถึงคนๆหนึ่งเวลาที่เราจากกัน

     เวลาที่ไม่ได้พบ ไม่ได้พูดคุย นั่นไม่ใช่ความรัก
    เราไม่ได้ทำสิ่งใดเพื่อเค้า
    เราไม่ได้ต้องการให้สิ่งใดกับเค้า
    ไม่ได้ห่วงว่าเขาจะไปกับใคร เมื่อไหร่ หรือที่ไหน
    แต่เราเพียงแค่คิดถึง ความทรงจำที่ดี เวลาที่เคยอยู่ด้วยกัน
    ดังนั้น
    ความผูกพันจึงเป็นเพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการใช้เวลา
    มันเป็นความทรงจำ เป็นความรู้สึก และไม่ใช่ความรัก
    เพราะเกิดได้กับทุกคน กับเพื่อน พี่ น้อง หรืออาจเป็นใครก็ตามที่ครั้งหนึ่ง เคยใช้เวลาอยู่ร่วมกัน
     มันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความคิดถึง และเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้เกิดความรักนั่นเอง
                   
    ทั้งความรักและความผูกพัน เป็นสิ่งที่ควรมีอยู่ร่วมกัน
    ถึงแม้ว่ามันจะแตกต่างกันก็ตาม สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่า
    เราจะแยกมันออกจากกันได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง
    ว่าอันไหนคือความรัก อันไหนคือความผูกพัน เพราะจริงๆ
    แล้วมันแทบจะไม่ต่างกันเลย เพราะทั้ง 2 สิ่งควรจะมีอยู่คู่กัน
    ปัญหาของความรักกับความผูกพันอยู่ตรงที่
    บางคนไม่สามารถแยกได้ว่า ความรัก
    กับความผูกพันต่างกันตรงไหน
    ความสับสน ความลังเล จะเกิดขึ้น ถ้าหากวันนึง
    คุณรักใครซักคน และมีความผูกพันกับใครอีกคน
    คุณจะตอบตัวเองได้หรือเปล่าว่า
    คุณจะเลือกใคร หากคุณคิดว่า
    คนที่คุณผูกพันคือคนที่คุณไม่สามารถลืมเค้าได้
    และคนที่คุณรัก คุณก็ไม่สามารถเลิกรักเค้าได้เช่นกัน
    จำไว้ว่า
    จงเลือกคนที่หัวใจของคุณต้องการ อย่าใช้คำว่าถูกหรือผิด
    เพราะมันใช้กับความรักไม่ได้ แต่จงใช้หัวใจของคุณเอง
    หากคุณต้องการค้นหาใครซักคนที่จะอยู่เคียงข้างคุณไปตลอดชีวิต

    January 23

    สิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ในคุณค่า

     

    กรวดเม็ดเล็กๆ รวมกันเป็นภูเขาสูงใหญ่

    ก้าวเดินก้าวเล็กๆ เป็นระยะทางได้หลายกิโล

    การกระทำเล็กๆ ด้วยความรักความกรุณา

    สร้างโลกให้สดใส สดสวยด้วยรอยยิ้ม

       

     คำพูดเล็กๆ สามารถบรรเทาปัญหาที่แสนจะยากเย็น

    อ้อมกอดเล็กๆ เช็ดน้ำตาให้เหือดแห้ง

    เทียนไขเล็กๆ ส่องแสงนำทางในความมืดมิด

     
     
    ความจดจำสิ่งเล็กๆ คงอยู่นานหลายปี


    ความฝันใฝ่เล็กๆ นำไปสู่ความยิ่งใหญ่

    ชัยชนะเล็กๆ นำไปสู่ความสำเร็จที่ปรารถนา

     


    สิ่งเล็กๆ ต่างๆ ในชีวิต

    นำมาซึ่งความสุขอันยิ่งใหญ่

    ถ้าเราได้คิดสักนิดถึงสิ่งเล็กๆ เหล่านี้แล้วหละก็

    ความอบอุ่นเมื่อคิดถึงเธอก็ผุดขึ้นในใจ

    มันเป็นความสุขใจอันสุดแสนจะบรรยาย. . . เสมอและตลอดไป



     

     

    January 19

    แก้วน้ำ

    ชีวิตคนเราทุกๆคน เปรียบเสมือน แก้วน้ำคนละใบ

    ที่ต่างคน ต่างก็มีความสดใสและรูปแบบที่แตกต่างกันไป

    แต่ทุกคนล้วนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน

    คือ มีที่ว่างภายในแก้วใบนั้น

    ที่ใช้เก็บความรู้สึกดีๆ หรือความทรงจำต่างๆที่มีค่า

    หรือมีไว้เพื่อเก็บความสุขที่คนอื่นให้มา

    เมื่อกาลเวลาผ่านไป

    ที่ว่างในแก้วใบนั้น ของแต่ละคนจะเหลือที่ว่างไม่เท่ากัน

    บางคน...

    อาจมีที่ว่างเหลือมาก เพราะ เขาไม่เคยได้รับสิ่งใดจากคนอื่นเลย

    บางคน...

    อาจมีที่ว่างเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง เพราะ เขาเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับได้เท่าๆกัน

    บางคน...

    อาจไม่มีที่ว่างเหลือพอที่จะรับความสุขเพิ่มได้

    เพราะ เขาเหล่านั้นเคยมีแต่ผู้ให้มากมาย

    หรือบางทีอาจจะล้นทิ้งไปเสียเปล่าๆ

    จนความสุขที่ผู้อื่นให้นั้น ดูเหมือนมันไม่มีค่า

    และไม่มีความหมายสำหรับเขาเลย

    คุณเคยรู้ไหมว่า...

    คนที่นานๆที จะได้รับความสุขจากคนอื่นนั้น

    มันจะมีค่ามากและสำคัญที่สุด เมื่อมีคนหยิบยื่นความสุขให้

    แต่ก็มีอีกหลายคน ที่ได้รับมามากจนสิ่งที่รับมาไม่มีค่าเลย

    คนเราทุกคนต้องรู้จักแบ่งปันความสุขที่มีให้กัน

    การเป็นแต่ผู้รับอย่างเดียวนั้น คุณมีความสุขก็จริงอยู่

    แต่คุณจะไม่เคยได้รับรู้ถึงความรู้สึกของการเป็นผู้ให้

    ว่ามันก็มีความสุขไม่น้อยกว่ากันเลย

    คุณอย่าเป็นผู้รับแต่ฝ่ายเดียว

    อย่ารอให้ความสุขที่ได้รับนั้นมันเอ่อล้นออกมาจากแก้วของคุณ

    คุณต้องรู้จักแบ่งปันความสุขของคุณให้ผู้อื่นบ้าง

    เพื่อที่จะได้มีที่ว่างสำหรับความสุขอื่นๆ ที่จะเข้ามาบ้าง

    เวลานี้...คุณอาจจะไม่เคยนึกมาก่อนเลยก็ได้ว่า

    ได้มีคนๆหนึ่งที่เป็นผู้ให้คุณเสมอมา

    เขาคนนั้นอาจวนเวียนอยู่ใกล้ๆตัวคุณก็เป็นได้

    คุณอาจจะเป็นผู้รับความสุขต่างๆ ความหวังดีต่างๆ

    จากเขาคนนั้น จนคุณรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเฉยๆ

    คุณลองนึกย้อนกลับไปถึงเค้าคนนั้น

    คนที่คุณลืมหยิบยื่นหรือแบ่งปันความสุขให้เขา

    เขาอาจจะกำลังรอความสุขเล็กๆน้อยๆ จากคุณอยู่ก็ได้

    ความสุขที่คุณให้เขามันอาจจะมีค่ามากสำหรับเขาก็ได้

    หรือเขาคนนั้นอาจมีชีวิตเพื่อรอความสุขจากคุณอยู่ก็ได้

    January 18

    I LOVE YOU

    I love you not because of who you are, but because of who I am when I am with you.
    ฉันรักเธอไม่ใช่เพราะสิ่งที่เธอเป็น แต่รักเพราะสิ่งที่ฉันเป็น เวลาที่ได้อยู่กับเธอ

    No man or woman is worth your tears, and the one who is, won't make you cry.
    ไม่มีผู้ชาย(หรือผู้หญิง)คนไหนควรค่ากับน้ำตาของเธอ แต่ต่อให้มีคนที่มีค่ามากพอที่เธอจะเสียน้ำตาให้ เค้าจะต้องไม่ทำให้เธอร้องไห้

    Just because someone doesn't love you the way you want them to, doesn't mean they don't love you with all they have.
    ดารที่ใครซักคนไม่ได้รักเธอแบบที่เธอต้องการให้เป็น ไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่ได้รักเธอด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่เค้ามี

    A true friend is someone who reaches for your hand and touches your heart.
    เพื่อนที่แท้จริงคือใครซักคนที่ยื่นมาเข้ามาถึง และสัมผัสได้ถึงใจและความรู้สึกเธอ

    The worst way to miss someone is to be sitting right beside them knowing you can't have them.
    สิ่งที่แย่ที่สุดเวลาคิดถึงใครคนนึง....คือเวลาที่เธอใกล้เค้าที่สุด แต่เค้าดูไกลเหลือเกิน เพราะเธอไม่มีทางได้เค้ามา

    Never frown, even when you are sad, because you never know who is falling in love with your smile.
    อ๊ะ อย่าขมวดคิ้ว แม้ว่ากำลังอยู่ในอารมณ์เสียใจ เพราะเธอไม่มีทางรู้ได้เลยว่า กำลังมีใครตกหลุมรักรอยยิ้มของเธออยู่รึเปล่า

     To the world you may be one person, but to one person you may be the world.
    เธออาจจะเป็นแค่คนนึงในโลกนี้ แต่ในทางกลับกัน เธออาจจะเป็นโลกทั้งใบสำหรับใครบางคน

    Don't waste your time on a man/woman, who isn't willing to waste their time on you.
    อย่าเปลืองเวลาของเธอให้กับ ช (หรือ ญ) ที่ไม่คิดจะให้แบ่งเวลาของเค้ากับเธอ

     Maybe God wants us to meet a few wrong people before meeting the right one, so that when we finally meet the person, we will know how to be grateful.
    บางทีอาจจะเป็นความต้องการของพระเจ้าที่ต้องการให้เราเจอกับคนที่ไม่ใช่คู่ของเราซะ ก่อน เพื่อว่าเมื่อวันนึงที่เราได้เจอกับคนๆนั้นที่"ใช่" เราจำได้รู้ซึ้งว่า ความสุข และความพอใจเป็นยังไง

    Don't cry because it is over, smile because it happened.
    อย่าร้องไห้ กับสิ่งที่จบไปแล้ว แต่จงยิ้ม กับสิ่งที่เกิดขึ้น

    There's always going to be people that hurt you so what you have to do is keep on trusting and just be more careful about who you trust next time around.
    คนที่ทำให้เธอต้องเจ็บและเสียใจมีอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นครั้งต่อไปเธอควรคิดก่อนที่จะเชื่อใจใครสักคน แต่อย่าถึงกับหมดศรัทธาในความเชื่อของเธอ

     Make yourself a better person and know who you are before you try and know someone else and expect them to know you.
    ก่อนที่จะคาดหวังให้คนอื่นมาเข้าใจเธอ เธอควรจะเข้าใจและรู้จักตัวเองซะก่อน

     Don't try so hard, the best things come when you least expect them to.
    อย่าหวังให้มาก ...สิ่งที่ดีที่สุดมักเกิดขึ้นเมื่อเธอไม่ได้คาดฝัน

    "Love is the triumph of imagination over intelligence."
    ความรักคือชัยชนะของจินตนาการที่อยู่เหนือไหวพริบ

     "Love or friendship, one cannot serve two masters."
    ความรักหรือมิตรภาพ คุณเลือกได้เพียงหนึ่งเท่านั้น

     "Love is like glass. If you drop it, it shatters and can never be put completely back together, if you can put it back together at all. But love can also be like porcelain - if it's meant to be it'll never crack."
    ความรักก็เหมือนเครื่องแก้ว เมื่อทำตกไปแล้วก็ไม่สามารถจะทำให้กลับมาเป็นเช่นเดิมได้ ความรักก็เหมือนเช่นเครื่องแก้วชั้นดีที่ไม่มีรอยตำหนิแม้สักนิด

    "Love is a beautiful thing, it must be treated with tenderness and compassion or, like a rose, it's thorns can make it dangerous."
    ความรักเป็นสิ่งสวยงามที่สามารถให้คุณได้ทั้งความอ่อนโยนและความเข้าใจ ดั่งเช่นดอกกุหลาบ แต่หนามของมันก็เป็นอันตรายเช่นกัน

     "Love is the constant feeling of completeness when you are with that someone and not wanting that moment to end for anything."
    ความรักคือความรู้สึกสมบูรณ์และมั่นคงต่อใครสักคนและไม่ต้องการให้ช่วงเวลานั้นจบสิ้นไป

     "Certain chance occurrences have caused our paths to meet. Destiny has joined our hearts and made our lives complete."
    ความบังเอิญแน่นอนที่ทำให้เราพบกัน และพรหมลิขิตก็ผนึกหัวใจสองเราเข้าด้วยกัน ได้เติมเต็มชีวิตซึ่งกันและกัน

    "Choosing a love and then being strong enough to live up to your commitment of love is the essence of love."
    การเลือกที่จะรัก และเข้มแข็ง ทำตัวให้ดีสมกับที่อุทิศตนในรักนั้น คือแก่นแท้แห่งความรัก

    "Don't stop giving love even if you don't receive it. Smile and have patience."
    อย่าหยุดที่จะหยิบยื่นความรัก ถึงแม้คุณจะไม่ได้รับมันตอบ จงยิ้มสู้และมีความอดทน

    "Don't look at someone by where they're from; rather, look at what they are, and what they do because true love has no boundries."
    จงอย่าตัดสินผู้คนเพียงดูว่าเขามาจากไหน แต่จงมองว่าเขาเป็นใครและทำอะไร เพราะความรักไม่เคยมีขอบเขต

    "Distance doesn't count if there is love in between."
    ระยะทางไม่มีความหมายสำหรับคนที่มีรัก

    "Don't marry a person you can live with, marry somebody you can't live without."
    อย่าแต่งงานกับคนที่คุณสามารถอยู่ด้วยได้ จงแต่งงานกับคนที่คุณขาดเค้าไม่ได้

    "Don't rely on the past to create the future, rely on the future to erase the past."
    อย่าวางใจใช้อดีตเป็นตัวสร้างอนาคต แต่ให้ใช้อนาคตเป็นตัวลบอดีตนั้น

     "Don't kill your love with fear."
    อย่าให้ความวิตกทำลายความรักของคุณ

    "Distance can never undo the love of two hearts."
    ระยะทางไม่สามารถทำลายความรักจากหัวใจสองดวงได้

    "Everybody is somebodys daydream."
    ทุกๆ คนเป็นฝันกลางวันของใครบางคนได้เสมอ

    "Every day is a new start and a chance to make right what went wrong yesterday."
    ทุกๆ วันเป็นการเริ่มต้นใหม่ และเป็นโอกาสที่จะแก้ไขสิ่งผิดพลาดในวันวาน

    "I don't regret the things I have done or the things I have chosen not to do because what ever I've done, I must have done something right because I ended up with you."
    ฉันไม่เคยเสียใจในสิ่งที่ได้เลือกหรือทำไปแล้ว นั่นเพียงเพราะว่าทุกๆ สิ่งที่ฉันได้ทำคงจะเป็นเรื่องถูกต้องแล้วในเมื่อวันนี้ฉันมีเธออยู่เคียงข้าง...

     "If you have reasons for loving someone, then you are using your mind, but if you love someone for no reason, then you are using your heart."
    ถ้าคุณรู้ว่าคุณรักใครเพราะอะไร นั่นเพราะคุณใช้ความคิดในการรักเขาคนนั้น แต่เมื่อไหร่ที่คุณรักใครสักคนโดยไม่มีเหตุผล นั่นเพราะคุณใช้หัวใจรักเขา

    If the eye is a window to the soul then the heart is the doorway to love."
    หากดวงตาเป็นหน้าต่างสู่จิตวิญญาณ ดังนั้นหัวใจก็เป็นประตูสู่ความรัก

     "In the arithmetic of love, one plus one equals everything, and two minus one equals nothing."
    ในข้อที่ว่าเกี่ยวกับเลขคณิตของความรัก 1+1 จะเป็นได้ในทุกๆ สิ่ง และ 2 - 1 เท่ากับไม่มีอะไรเหลือเลย

    "It only takes a second to say "I love you", but it will take a lifetime to show you how much."
    ใช้เวลาแค่เพียงชั่ววินาทีในการบอกว่า "ฉันรักเธอ" แต่ใช้เวลาตลอดชีวิตในการแสดงให้เห็นว่า รักมากเพียงไร

    "In the end the love you take is equal to the love you make!"
    ในท้ายที่สุดของความรักที่คุณได้มานั้น มีค่าเท่ากับความรักที่คุณสร้างมันขึ้นมา

    If you love two people, you don't love either one enough."
    ถ้าคุณรักใครสองคนพร้อมกัน นั่นหมายถึงคุณไม่ได้รักใครอย่างแท้จริงเลย

    "I know I won't live forever, but forever I'll be loving you."
    ฉันรู้ว่าไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาว แต่ความรักที่ฉันมีต่อเธอจะยืนยง

    "When you think you don't need love is when you need it most."
    เมื่อไหร่ที่คุณคิดว่า คุณไม่จำเป็นต้องมีความรัก นั่นคือ เวลานั้นคุณต้องการมันเป็นที่สุด

    "When looking for love, don't be selfish and look just to be loved,look for love to give all the love you have. Only then can you find love."
    ในขณะที่คุณกำลังชำเลืองหาความรัก จงอย่าเห็นแก่ตัวที่จะรับความรักแต่เพียงฝ่ายเดียว
    แต่จงค้นหาความรักที่ทำให้คุณรู้จักการให้ในความรักที่คุณมีทั้งหมด เมื่อนั้นคุณจะค้นพบความรัก

     "When a young man complains that a young woman has no heart, it is pretty sure that she has his."
    เวลาที่ชายหนุ่มคร่ำครวญว่า หญิงสาวคนนั้นไม่มีหัวใจ แน่นอนเลยว่า หล่อนอยู่ในหัวใจเขาแล้ว

    "When you love, don't give your all, but give your best. It's not quantity after all, it's quality."
    เมื่อคุณมีรัก มิใช่มอบให้เขาทั้งหมด แต่จงให้ในสิ่งที่ดีที่สุด เพราะทั้งหมดไม่ใช่ปริมาณ แต่เป็นคุณภาพต่างหาก

    "We may not always know the moment that love begins, but we always know when it ends."
    เราไม่เคยรู้เลยว่าความรักเริ่มต้นเมื่อไหร่ แต่เราจะรู้ดีเสมอเมื่อมันสิ้นสุดลง

    "True love is like ghosts, which everyone talks about but few have seen."
    รักแท้เหมือนวิญญาณ ที่ทุกคนกล่าวขวัญถึง แต่คนน้อยนักที่จักได้เห็น

    "Absence does for love what the wind does for a flame: it extinguishes the weak, and feeds the strong."
    ความรักไม่มีตัวตน เสมือนกับลมที่ทำให้เปลวไฟติด หรือดับได้ รักก็สามารถทำให้คนอ่อนแอ หรือเข้มแข็งได้เช่นกัน

     

    January 17

    ไม่ได้เป็นที่หนึ่ง

    ฉัน...
    อาจไม่ใช่คนที่เธอคิดถึงคนแรก..
    แต่เป็นคนที่คิดถึงเธอเสมอ

    ฉัน...
    อาจไม่ใช่คนที่อยู่ในสายตา..
    แต่ก็ไม่เคยละสายตาจากเธอ

    ฉัน...
    อาจเป็นคนนอกใจ...
    แต่เธออยู่ในใจฉันตลอดเวลา

    ฉัน...
    อาจไม่ใช่คนที่เธอรัก...
    แต่เป็นคนที่รักเธอ....

    ....
    เป็นคนที่ไม่ใช่ที่หนึ่งของเธอ เป็นคนที่เฝ้ามอง
    เธอเองจะรู้ตัวรึเปล่าหรือไม่เคยเห็นกันเลย
    เป็นหนึ่งคนที่คอยห่วงใย แต่ไม่เสียใจที่ไม่ได้รักกัน
    เพราะเพียงได้เป็นคนรักเธอ แม้ตัวสำรอง ก็ยอม
    อาจทำตัวให้ดูไม่มีค่า แต่อยากให้เห็นค่าความรักฉัน
    เพียงเพราะรักจึงยอมทำ และเพระเป็นเธอ เพียงคนเดียว..

    เป็นคนหนึ่งที่พอใจ ขอเพียงวันนี้เธอยังยิ้มได้
    แม้ไม่ได้เป็นคนสำคัญ ที่เธอคอยห่วงใย
    แต่เพราะยอมเป็นหมอนรองรับหากสักวัน
    เธอเหนื่อยล้า ไม่เหลือใคร...อยากจะเป็น

    ถึงแม้บอกตัวสำรอง..ไม่เกี่ยงหรอกว่าที่เท่าไร
    เพราะตอนนี้ไม่เป็นที่หนึ่ง ก็เข้าใจ
    ไม่เรียกร้องอะไร เพียงรับรู้ที....

    จะเป็นคนสุดท้ายของเธอ
    อาจไม่มีวันที่เธอเปลี่ยนตำแหน่งใคร
    อาจไม่มีวันที่เธอมองเห็นเลย
    ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น แต่ไม่เป็นไร
    เพราะเชื่อไหม เป็นที่หนึ่งที่รักเธอ...
    January 05

    ทำไม? . . . คุณไม่มีความรัก

     

    เพราะหลงใหลกับสิ่งไม่แท้จริง

              ถามตัวเองดูนะว่า คุณละเลยความจริง ความสวยงามแท้จริง ชีวิตในด้านลึกรึเปล่า? วันๆ คุณมัวแต่เสพสิ่งต่างๆ ทั้งข้าวของต่างๆ ที่อยากได้ จนทำให้เราลืมนึกถึงเรื่องจิตใจกันไป นานเข้าก็เบื่อ เบื่อโน่นเบื่อนี่รวมทั้งเบื่อการต้องไปเดทด้วย ก็เลยทำให้คุณไม่อยากไป แล้วอย่างนี้จะมีความรักได้อย่างไรกันล่ะคะ หันกลับมาสนใจกับชีวิตในความเป็นจริงกันเถอะค่ะ

     เพราะไม่เข้าใจเพศตรงข้าม

              เดี๋ยวนี้เรื่องความเท่าเทียมกันของผู้หญิงผู้ชายมาแรงมาก ใครๆ ก็พูดกันถึงแต่เรื่องนี้ ผู้หญิงทำงานเก่งขึ้นทุกวัน บางครั้งมันเลยทำให้เราขาดความเคารพในความแตกต่างของเพศหญิงและชายไป เรามองข้ามไปว่าหญิงและชายสามารถสร้างความรัก ความรวมกันเป็นหนึ่งได้เมื่ออยู่ด้วยกัน

              ความห่างระหว่างเพศสูงขึ้นเรื่อยๆ เราเลยอาจรู้สึกว่า "ฉันเจ๋งกว่าเธอ" หรือ "ผู้ชายไม่มีวันทำให้ฉันมีความสุขได้หรอก" เราก็เลยไม่เปิดรับเพศชายเข้ามาในชีวิตเสียที เอาล่ะ เรายอมรับกันได้ในส่วนหนึ่ง แต่โดยเนื้อแท้อย่าลืมว่าผู้ชายเกิดมาเพื่อปกป้องผู้หญิง ให้เขาทำหน้าที่ของเขาเถอะนะ

     เพราะฉันอยู่คนเดียวได้

              คุณอาจรู้สึกว่า ก็ไม่เห็นจะต้องการใครในชีวิตเลย ถ้าเราต้องการใครมาให้ความรัก อยู่ข้างๆ เรา หรือคอยปลอบใจเรานั่นหมายถึงว่า เราเป็นผู้หญิงอ่อนแอ และมันเหมือนเป็นบัญญัติของสังคมที่คอยบอกเราตลอดว่าผู้หญิงอ่อนแอน่ะ เป็นสิ่งไม่ดี คุณก็เลยพยายามทำตัว โอเคว่าฉันเข้มแข็ง ไม่มีใครฉันก็อยู่ได้ต่อไป แต่ในที่สุดก็รู้สึกเหงาจนได้

     เพราะไม่กล้าเปิดใจ

              ความไร้เดียงสาอย่างหนึ่งของคนเราก็คือ เวลาเราได้เปิดใจ เปิดเผยความรู้สึกลึกๆ กับใคร มันอาจเป็นความกลัวที่สุดที่ซ่อนอยู่ก็ได้ แต่ทุกวันนี้พวกเรากลับเลือกปิดกั้นความรู้สึกจริงๆ ตรงนั้นไว้ พยายามทำตัวปกติ และนั่นล่ะเป็นตัวทำลายวิญญาณที่แท้จริงของเราไป ก็ในเมื่อเราไม่เปิดใจก่อน แล้วใครเขาจะมาเข้าใจ เขาจะก้าวเข้าสู่ความเป็นคุณได้อย่างไรล่ะ

     เพราะตัดสินคนง่ายไป

              "โอ้ย! แค่สิบห้านาทีฉันก็รู้แล้วว่าหมอนี่เป็นคนยังไง" ประโยคนี้คุ้นๆ กับคุณไหม ทุกครั้งที่คุณเจอชายหนุ่ม คุณจะกำลิสต์ความต้องการในตัวชายหนุ่มของคุณในมือไว้ตลอด และมันยังเป็นความต้องการที่ต่อรองไม่ได้ด้วยนะ เช่น เขาจะต้องเป็นผู้ชายสูง เขาจะต้องจบปริญญาโท เพียงแค่เขาไม่มีคุณสมบัติตามลิสต์คุณ คุณก็จะบอกว่า "ไม่เอาแล้ว คนนี้ไม่ใช่แน่นอน" คุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามีมุมมองความรักเป็นยังไง เขามองโลกยังไง เขาอาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดของคุณก็ได้

              การที่เราไปตัดสินคนอย่างรวดเร็วเนี่ยก็เหมือนคุณสร้างกำแพงให้ตัวเองนั่นแหละ มันเป็นทางที่ง่ายที่สุดและเร็วที่สุดเพื่อคุณจะได้ป้องกันได้ว่าเขาจะไม่ตัดสินคุณไปก่อนไง คุณจะไดไม่ต้องรู้สึกแย่กับตัวเอง

     เพราะความสัมพันธ์ฉันต้องดีที่สุด

              คุณอาจจะมีความสุขในงานที่ทำ คุณประสบความสำเร็จในชีวิต คุณมีครอบครัวที่อบอุ่นมาก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณจะต้องตั้งความหวังว่า ความสัมพันธ์คุณจะต้องดีมากๆๆๆๆ ผู้ชายคนนั้นจะต้องเพอร์เฟคสุดๆไปด้วย เพราะลองถามตัวเองจริงๆ คุณอาจได้คำตอบว่า งานที่ฉันทำก็ไม่ได้ดีที่สุดกว่าคนอื่นตรงไหน ฉันเองก็ไม่ได้มีชีวิตสมดุลไปซะทุกอย่าง

             
    และที่สำคัญ ฉันก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงเพอร์เฟคที่สุดซักหน่อย เพราะฉะนั้นแทนที่เราจะมองหาแต่สิ่งที่ดีที่สุด ลองเปลี่ยนเป็นมองสิ่งที่ดีเฉยๆก็พอดีมั้ย และใครจะรู้ สิ่งนั้นล่ะอาจะเป็นความมหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตคุณก็ได้

     เพราะจะมีความรักต้องพร้อม

              อีกเหตุผลหนึ่งที่คุณไม่มีความรักก็อาจเป็นเพราะว่า คุณมักรอให้ความรักเข้ามาตอนที่คุณต้องพร้อมในทุกด้านก่อน คุณต้องรอเวลาให้เรียนจบ มีอาชีพที่ดี และมีความเป็นอยู่แบบที่คุณอยากจะเป็น เหล่านี้จะมาก่อนความรักของคุณ

             
    ลองมองย้อนไปที่ความรักของพ่อแม่เราดูสิ ว่านั่นน่ะเป็นความรักที่เกิดขึ้นผิดเวลาก็ได้ ผิดสถานที่ก็ได้ ความสำคัญของการที่เราได้อยู่กับคนที่ใช่มันจะมาก่อนเหตุผลอื่นเสมอ เรื่องมีความรัก เรื่องแต่งงานเลยเป็นเรื่องไม่ยากเย็นอะไรนัก

     เพราะใช้หัวคิดมากกว่าหัวใจ

              ยิ่งนานวันเข้า ก็ยังไม่มีความรัก เราก็จะต้องคอยไปหาหนังสืออ่านบ้าง พยายามคุยกับผู้รู้ทั้งหลาย ยิ่งถ้าเจอเพื่อนคนไหนแต่งงานสำเร็จไป เราก็จะยิ่งเจอความคิดมากมายชวนสับสนยิ่งนัก เอ! แล้วฉันจะดำเนินการตามแผนไหนดี ความรักมันเลยกลายเป็นเรื่องของหัวคิดมากกว่าหัวใจไปซะงั้น เหตุผลต่างๆจะมาก่อนความรู้สึกจริงๆ จากใจ ไฟรักเลยมอดหายไปได้

     เพราะวางแผนมากไป

              แทนที่ความรักจะเป็นเรื่องของธรรมชาติหัวใจ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ปล่อยให้หัวใจพาไป ความรักกลับกลายมาเป็นเรื่องการวางแผน คุณจะคอยมีความคิดอยู่ในหัวว่า "โอ้! อาทิตย์หน้าฉันก็สามสิบแล้ว ปีหน้าเนี่ยล่ะเหมาะที่สุดที่ฉันจะมีความรัก" หรือ "ฉันมีเวลาว่างแค่ชั่วโมงเดียวหลังจากเรียนโยคะที่จะไปออกเดท เพราะหลังจากนั้นฉันต้องไปเรียนศิลปะอีก"

             
    ความรักเลยเป็นเหมือนงานอดิเรกของคุณไป คุณเลือกจะไปเดทตอนคุณสะดวกเท่านั้น ถ้าตารางคุณยุ่งแล้วก็อย่าหวังว่าหนุ่มไหนจะแทรกเวลาของคุณมาได้แล้วกัน 

     

     

                          
              
     

    December 28

    ถ้ า เ ธ อ รู้ จั ก รั ก

          สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา . . . คือชีวิตเรา
           
    สิ่งที่มีค่าที่สุดในใจเรา . . . คือหัวใจเรา
           
    อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ใคร
           
    อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว
           
    อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดและสิ่งที่ดีที่สุดของเราไปให้ใครดูแล
           
    เพราะไม่มีใคร . . . ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง
           
    อย่าปิดกั้นความรู้สึกของหัวใจ
           
    อย่าบอกว่าเกิดมาเพื่อรักคน เดียว
           
    คนใจแคบเท่านั้น . . . ที่เกิดมาเพื่อรักคนได้คนเดียว
           
    เราสามารถรักใครต่อใครได้มากมาย
           
    ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก
           
    หน้าที่ที่จะปฎิบัติต่อคนที่เรารัก
           
    รักต่างแบบ . . . ปฎิบัติในหน้าที่ต่างกัน
           
    แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่ง . . .
           
    คนบางคนไม่แยแสกับความรักที่เรามีให้
           
    เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย . . .
           
    และไม่เห็นต้องเจ็บเจียนตาย . . .
           
    ถ้าเรามั่นใจ . . . ว่าเราทำหน้าที่ให้รักนั้น เต็มที่แล้ว
           
    อากาศ . . . ร้อนอบอ้าว
           
    ออกมายืนคุยกับแสงแดด
           
    อากาศ . . . หนาวขาดใจ
           
    ออกมาหาอุ่นไอลมหนาว
           
    เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาว . . . ก็ต่อเมื่อเราได้สัมผัสกับมัน
           
    ก็เหมือนความรัก . . . อยากรู้ว่ารสชาติเป็นยังไง
           
    ก็ต้องไปสัมผัสกับมัน . . . แต่อย่าทรมานตัวเอง
           
    ด้วยการยืนตามแดดนาน หรือยืนต้านทานลมหนาว
           
    ถ้ารู้ว่าร้อนนัก . . . ก็หลบที่ร่ม
           
    ถ้ารู้ว่าหนาวนัก . . . ก็ก่อเตาผิง
           
    ความรักจะไม่ทำร้ายเรา . . . ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง
           
    ถ้าเธอรู้จักรัก . . . แสงแดดจะทำให้เธออุ่น
           
    ลมหนาวจะทำให้เธอหลับสบาย  

    November 08

    หากจะรักใครสักคน . . .

    การที่เรารักใครสักคน . . . ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลว่า ทำไมเราจึงรักเขา
    แต่ให้รู้ว่า . . . ทุกวันนี้เรารัก และต้องรักให้ดีที่สุดก็พอ

    การที่เรารักใครสักคน . . . ไม่ต้องสนว่ามีอุปสรรคมากมายเท่าใด
    แต่ควรจะนึกขอบคุณโชคชะตา ที่สร้างให้มีอุปสรรค . . .
    เพื่อให้เราได้ร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน

    การที่เรารักใครสักคน...ไม่ต้องเสียเวลาคิด ว่าเค้าทำอะไรเพื่อเราบ้าง
    แต่ควรถามตัวเองว่า  . . . วันนี้เราทำอะไรเพื่อคนที่เรารักหรือยัง

    การที่เรารักใครสักคน...ไม่ต้องไประแวงว่าเค้าจะมีคนอื่นนอกเหนือจากเรา

    แต่ควรระวังใจของเราเอง . . . ที่จะไปรับคนอื่น เข้ามาแทนที่เค้า

    การที่เรารักใครสักคน...คำว่า "แพ้" หรือ "ชนะ" ไม่สำคัญ
    สิ่งที่สำคัญคือ เราจะประคองความรัก ไปด้วยกันได้อย่างไร

    การที่เรารักใครสักคน...ไม่ใช่การสัมผัสเพียงกาย

    แต่เป็นหัวใจของเราต่างหาก ที่แนบชิดกัน

    การที่เรารักใครสักคน...ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งของนอกกายใดๆ
    เพราะความรักไม่สามารถซื้อ หรือแลกมาได้ด้วยทรัพย์สินเงินทอง

    การที่เรารักใครสักคน...ไม่ต้องคอยนับว่า เค้ามีข้อเสียมากมายแค่ไหน
    เพราะความรักจะช่วยทำให้เรารู้จักอภัย  . . .
    และมองข้ามข้อบกพร่องนั้นไปได้

    การที่เรารักใครสักคน...อาจทำให้เราตาบอด

    จนมองไม่เห็นความจริงบางอย่าง

    แต่ก็ทำให้เราได้เข้าใจว่า  . . .
    ความสุขจากการได้รักใครสักคนนั้น. . . ยิ่งใหญ่แค่ไหน

    เพราะ "ความรัก" เป็นบทเรียนดีๆ
    ที่ไม่อาจเข้าใจได้ถ่องแท้  . . . ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยตนเอง