อันดามัน's profileความทรงจำและมิตรภาพPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 02

    หน้า7หลัง7

    ไม่รู้ใครเป็นคนบัญญัติสูตรนี้ขึ้นมา มันสร้างความเจ็บปวดมาแยะแล้ว สักแต่ได้ยินมาแล้วก็เอามาใช้ ใช้โดยไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเป็นอย่างไร บางคนก็ว่าหลังจากรอบเดือนหมดแล้วก็นับหนึ่ง " ก็..บอกว่า "หลัง" หลังก็ต้องหมดแล้วซิ " ใช่เลยครับ.....ก็..เรียบร้อยยยย... ท้องซิครับ
                ความหมายที่แท้จริง
    7 หน้าหมายความว่า 7 วันก่อนรอบเดือนจะมา
    7 วัน หลังหมายความว่า 7 วันนับจากวันแรกที่รอบเดือนมา
    สมมุติว่ารอบเดือนมาวันที่ 10 11 12 13
    7 วันหน้า หรือ 7 วันก่อนคือวันที่ 3 4 5 6 7 8 9
    7 วันหลัง คือวันที่ 10 11 12 13 14 15 16
     กรณี 7 วันหน้า หรือ 7 วันก่อน
                ก็แปลว่าคุณต้องรู้ว่าจะมีรอบเดือนคราวต่อไปเมื่อไหร่ คุณจึงสามารถกะได้ว่า 7 วันนั้นคือวันที่เท่าไหร่ สมมุติว่าคุณสามารถกะได้ว่ารอบเดือนคุณจะมาเดือนหน้าวันที่ 13 คุณก็รู้ได้ว่าวันปลอดภัยคือวันที่ 6 7 8 9 10 11 12 ดังนั้นพอถึงวันที่ 6 คุณก็รู้ว่าถึงวันปลอดภัยแล้ว มีเพศสัมพันธ์กันได้โดยไม่ต้องกังวลใจว่าจะตั้งครรภ์
     กรณี 7 วันหลัง
                ถ้าไม่มีการร่วมเพศในวันที่มีรอบเดือน ก็แปลว่าจะมีวันที่มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยแค่ไม่กี่วัน ถ้ามีรอบเดือน 3 วัน ก็มีวันปลอดภัยเหลือ 4วัน ถ้ารอบเดือนมา 5 วันก็จะมีวันปลอดภัยเหลือ 2 วัน ตรงไปตรงมา (ถ้าคุณจะฝ่าไฟแดงก็สามารถทำได้ แต่ก็ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ไม่มีอันตรายอะไร)
    แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเดือนหน้ารอบเดือนจะมาเมื่อไหร่
                การนับวันปลอดภัยนี้ใช้ได้เฉพาะคนที่มีรอบเดือนมา "สม่ำเสมอ" เท่านั้น เช่น คนหนึ่งมีระยะรอบเดือน 28 วัน ก็แปลว่าทุกๆ 28 วันก็จะมีรอบเดือนครั้งหนึ่ง
    เช่น รอบเดือนมาวันแรกวันที่ 20 กันยายน นับมาอีก 28 วัน ครบ28 วันตรงกับวันที่ 17 ตุลาคม พอวันที่18 ตุลาคมรอบเดือนก็จะมา เดือนหน้านับไปอีก 28 วัน ก็จะครบ 28 วันตรงกับวันที่14 พฤศจิกายน รอบเดือนก็จะมาวันที่ 15 พฤศจิกายน อย่างนี้เรียกว่ารอบเดือน "มาสม่ำเสมอ"  หรือ "มาตรงกำหนด" (แต่ไม่ตรงวันที่ของปฎิทิน] หรืออีกคนมีระยะรอบเดือน 32 วัน ก็แปลว่าทุกๆ 32 วันจะมีรอบเดือนมาครั้งหนึ่ง เช่น รอบเดือนมา วันที่ 11 เมษายน นับมาอีก 32วัน จะครบวันที่ 12 พฤษภาคม ดังนั้นวันที่ 13 พฤษภาคมรอบเดือนก็จะมา คนๆนี้ก็สามารถคาดได้ว่าเดือนมิถุนายน รอบเดือนจะมาวันที่ 14 มิถุนายน ช่วงปลอดภัยของเธอคือ 7 8 9 10 11 12 13 มิถุนายน
    กรณีที่รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ไม่สามารถใช้วิธีนับวันปลอดภัยได้
                อย่างบางคน รอบเดือนมาสะเปะสะปะ เดือนก่อนโน้น มาวันที่ 15ของปฏิทิน เดือนต่อมามาวันที่ 12 แล้วเดือนต่อมามาวันที่ 19 หรือเอาแน่นอนไม่ได้ มาบ้างไม่มาบ้าง อย่างนี้จะใช้วิธีนับวันปลอดภัยไม่ได้
    ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในวันมีรอบเดือนจะปลอดภัยไหม
                โดยปกติก็ปลอดภัย ถ้ารอบเดือนคุณไม่มามากกว่าคราวละ 7 วัน
    ถ้ามีเพศสัมพันธ์เลย 7 วันหลังไปวันสองวันจะปลอดภัยไหม
                กรณีนี้ต้องอธิบายยาวหน่อย สิ่งแรกที่คุณต้องทราบก็คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีไข่สุกแล้วไม่มีการปฏิสนธิ อีก 14 วันรอบเดือนก็จะมา สมมุติว่าไข่ตกวันที่ 12 มิถุนายน แล้วไม่มีเพศสัมพันธ์กันเลย วันที่ 26 มิถุนายน รอบเดือนก็จะมา
    แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าไข่จะตกเมื่อไหร่
                คนที่รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือมาสะเปะสะปะ มาบ้างไม่มาบ้าง เอาแน่นอนไม่ได้ ก็ไม่มีทางคำนวณได้ แต่ถ้ารอบเดือนมาสม่ำเสมอ คุณกะวันที่รอบเดือนจะมาคราวหน้าได้ คุณก็สามารถกะวันไข่ตกได้ เช่น ระยะรอบเดือนของคุณมาทุก 26 วันแน่นอน ครบ 26 วันก็มา อย่างนี้คุณก็สามารถกะวันรอบเดือนจะมาคราวหน้าได้ เช่น เดือน มิถุนายน รอบเดือนมาวันที่ 11 นับไปอีก 26 วัน ก็ตรงกับวันที่ 6กรกฎาคม ดังนั้นเดือนกรกฎาคม รอบเดือนควรมาวันที่ 7
    นับถอยหลังมา 14 วัน ก็จะตรงกับวันที่ 23 มิถุนายน ก็คือวันไข่สุก นั่นคือวันไม่ปลอดภัยสุดๆ แต่การสุกของไข่ก็ไม่ได้เป๊ะๆ อย่างนั้น อาจสุกก่อนหน้านั้นสองวัน หรือหลังนั้นวันสองวันก็ได้ จึงต้องเผื่อไว้อีก 4 วัน คือวันที่ 21 22 24 25 ดังนั้นวันไม่ปลอดภัยจึงมี 5 วัน คือวันที่ 21 22 23 24 25 มิถุนายน
    แต่ไข่เมื่อสุกแล้วก็มีคุณสมบัติที่จะอยู่ผสมได้อีก 24 ชั่วโมง ดังนั้นวันไม่ปลอดภัยจึงมีเพิ่มมาอีก 1วัน คือวันที่ 26 (สมมุติว่ามีเพศสัมพันธ์วันที่ 26 ไข่สุกวันที่ 25 ก็ยังท้องได้) ดังนั้นวันไม่ปลอดภัยจึงเพิ่มมาอีก 1 วัน รวมเป็น 6 วันคือ 21 22 23 24 25 26
    ยัง.. ยังไม่หมดแค่นั้น เชื้ออสุจิเมื่อเข้ามาในตัวหญิงนั้น มีคุณสมบัติที่จะผสมกับไข่ได้อีก 48 ชั่วโมง ดังนั้นวันไม่ปลอดภัยจึงมีเพิ่มมาอีก 2 วัน คือวันที่ 19 20 (ถ้ามีเพศสัมพันธ์วันที่ 19 แล้วเกิดไข่สุกวันที่ 21 ก็ท้องได้ ) รวมแล้ววันไม่ปลอดภัยจึงมีเพิ่มมาเป็น 8 วัน คือวันที่ 19 20 21 22 23 24 25 26 จะเห็นได้ว่ากรณีนี้ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์เลย 7 วันหลังไป 2 วัน (รอบเดือนมาวันที่ 11 และ7 วันหลังคือ 11 12 13 14 15 16 17 ) คือวันที่19 ก็ไม่ปลอดภัยแล้ว
    แต่ถ้าเกิดระยะรอบเดือนคุณยาว เช่น 33 วันมาครั้ง (ดูตามปฏิทิน รอบเดือนจะเลื่อนออกไปทุกเดือน) กรณีนี้สบายใจได้หน่อย
    ยกตัวอย่างกรณีข้างต้น เป็นอีกคนที่มีระยะรอบเดือน 33 วัน รอบเดือนมาวันที่ 11 มิถุนายน คราวต่อไป(นับไปอีก 33 วัน) รอบเดือนก็จะมาวันที่ 14 กรกฎาคม ไข่คนนี้จะสุกวันที่30มิถุนายน (นับถอยหลังมา 14 วันจากวันที่ 14) วันไม่ปลอดภัย 8 วันนั้นคือ 26 27 28 29 30 มิถุนายน 1 2 3 กรกฎาคม ดังนั้นถ้าคนนี้มีเพศสัมพันธ์วันที่ 19 (เลย 7วันหลังมา 2วัน) ก็ยังอุ่นใจว่า ยังห่างจากวันไม่ปลอดภัยแยะ ก็ไม่น่าตั้งท้อง
    จะเห็นได้ว่า คน สองคนมีเพศสัมพันธ์เลย 7 วันหลังไป 2 วันเหมือนกัน แต่โอกาสเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ต่างกัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าระยะรอบเดือนของคนนั้นสั้นหรือยาว
    สรุป
    1. ถ้ารอบเดือนคุณมาไม่ส่ำเสมอ ก็อาจมีเพศสัมพันธ์ช่วงมีรอบเดือนได้ค่อนข้างปลอดภัยถ้ามีรอบเดือนไม่เกิน 7 วัน
    2. ถ้าระยะรอบเดือนของคุณสั้น การมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 7 วันหลังโดยเฉพาะวันท้ายๆก็หมิ่นเหม่ทีเดียว
    3. การจะใช้วิธีนับวันปลอดภัย 7 หน้า 7 หลัง ควรเป็นคนที่มีรอบเดือนมาส่ำเสมอ
    4. หลังจาก "7 วันหลัง" (นับจากวันแรกที่รอบเดือนมา) แล้ว ความปลอดภัยจะลดลงเรื่อยๆ จนถึง 8 วันอันตรายที่ไม่ปลอดภัยคือช่วงเสี่ยงสุดๆ พอพ้น 8 วันอันตรายไปแล้ว ความปลอดภัยก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้น จนถึง 7 วันก่อนรอบเดือนคราวหน้าจะมา ก็จะเป็นช่วงปลอดภัยหายห่วงอีกครั้ง
    เมื่อเดือนสองเดือนที่แล้ว มีวารสารการแพทย์ฉบับหนึ่งได้รายงานการวิจัยหญิงที่มีรอบเดือนสม่ำเสมอ 28 วัน จำนวนประมาณ 200 คน พบว่า ความรู้เดิมๆที่เราเคยเชื่อกันว่า มีไข่ตกในช่วง 8 วันอันตรายนั้นไม่จริงเสียแล้ว ถ้าเปรียบการตกไข่เหมือนฝนตกแล้ว ฝนจะตกชุกในช่วง8วันอันตราย ส่วนวันอื่นๆก็อาจมีฝนตกได้บ้างเปาะแปะ รวมทั้ง 7 วันแรกที่มีรอบเดือน และ 7 วันก่อนมีรอบเดือนก็อาจมีไข่ตกได้ อย่างไรก็ตามผู้รายงานสรุปว่า จำนวนตัวอย่างที่ทำยังน้อย คงต้องทำมากกว่านี้เพื่อหาคำอธิบายว่าทำไม่จึงเป็นอย่างนั้น
    สำหรับผมจึงอยากเตือนว่า การใช้วิธีนับวันนั้นไม่ค่อยปลอดภัยนัก ถ้ายังไม่แต่งงานแล้วมีเพศสัมพันธ์ละก้อ ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพสัมพันธ์ดีที่สุดครับ
     

    October 27

    pharmacy only

      1.HT

    ACEI

    Capoten®, Gemzil®  = Captopril

    Renitec®, Enaril®  = Enalapril

    Lispril®  = Lisinopril

    Monopril®  = Fisinopril

    Ramiril®  = Ramipril

    BB

    Inderal®  , Betalol®  = Propanolol

    Betaloc®  = Metroprolol

    Nolol®, Prenolol®  ,Tenolol® ,Tenormin®  = Atenolol

    CCB

    Adalat® = Nifedipine

    Norvasc® = Amlodipine

    Plendil® = Felodipine

    Cardil ®CR = Diltiazem

    Isoptin®SR =  Verapamil

    Diuretic

    Imder®, Ismo® = Isosorbide-5-mononitrate

    Moduretic® = Amiloride+HCTZ

    Lasix® = Furosemide

    Dinazide® = Triamterine+HCTZ

    Diamox® = Acetazolamide (for glaucoma)

         

    2. DM

    Insulin (parenteral)

    *Regular insulin

    **Insulin lispro

    Oral Hypoglycemic agents

    *Insulin secretagouge

         1.Sulfonylurea Drugs

    1st Gen.

    Acetohexamide

    Tobutamide

    Glycemin® , Propamide® = Chlorpropamide (very long t1/2)

    2nd Gen.

    Glucotrol® , Minidiab® , Depizide® , Dipazide® = Glipizide

    Benclamin® = Glibenclamide ตัวเดียวกับ Glyburide (original)

        2.Nonsulfonylurea Drugs

              Rapaglinide (rapid onset & shot duration)

            Meglitinides

    **Insulin sensitizer

        1.Biguanides (major คือ inh. Gluconeogenesis ที่ตับ + ฤทธิ์อื่นๆอีกมาก)

              Phenformin

              Buformin

              Metformin

        2.Thiazolidinediones (ออกฤทธิ์ที่ PPAR alpha มีฤทธิ์หลายอย่าง)

              Rosiglitazone

              Pioglitazone

              Troglitazone

    **Alpha glucosidase inhibitor (inh.การย่อย disac เป็น mono ทำให้ ab.ไม่ได้)

              Acarbose

              Miglitol